20 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ห่วงน้ำมันพุ่ง 120 ดอลลาร์ ฉุดข้าวแกง จานด่วนแพงขึ้นครึ่งประเทศ

ห่วงน้ำมันพุ่ง 120 ดอลลาร์ ฉุดข้าวแกง จานด่วนแพงขึ้นครึ่งประเทศ

SHARE THIS

พาณิชย์ ห่วงน้ำมันพุ่ง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดันเงินเฟ้อพุ่งเกิน 3% ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ดาหน้าแพงเกินครึ่งประเทศ

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป หลังเกิดสถานการณ์สู้รบ และปิดช่องแคบฮอร์มุซจนราคาน้ำมันโลกดีดตัวขึ้นแรง และอาจมีผลต่อต้นทุนการขนส่งการผลิตสินค้า โดยเบื้องต้นคาดว่าผลกระทบจะเริ่มเห็นผลชัดตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นไป

  • กรณีเลวร้ายสุด หากราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นไปเป็น 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลให้เงินเฟ้อปีนี้มีโอกาสสูงขึ้นเกิน 3% และอาจทำให้ราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารปรุงสำเร็จ อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง เพิ่มขึ้น 10% มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 50% ของทั้งประเทศ
  • กรณีราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล จะทำให้เงินเฟ้อจะสูงขึ้น 2-3% และราคาอาหารสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10% โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 20% ของทั้งประเทศ
  • กรณีราคาน้ำมันอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จะมีผลทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 1-2% และราคาอาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารปรุงสำเร็จ อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง ฯลฯ เพิ่มขึ้น 10% มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 10%

 

“ถ้าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น สินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อาหารสำเร็จรูป ที่จะเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน เช่น แก๊สหุงต้มเพิ่มขึ้น รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ ที่จะสูงขึ้น และที่สำคัญ เมื่อราคาปรับขึ้นไปแล้ว มักไม่ค่อยปรับลง แม้ราคาน้ำมันลดลงก็ตาม แต่ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัด กำกับดูแลสถานการณ์สินค้าอย่างเข้มงวดแล้ว ทั้งในด้านราคา และปริมาณต้องเพียงพอ”

 

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อ ที่จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันอีก ไม่ว่าจะเป็นหมวดยานพาหนะ และค่าโดยสารสาธารณะ รวมถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากค่าขนส่ง แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับขึ้นเท่าไร ต้องรอดูสถานการณ์จริงก่อน ถ้าการสู้รบจบเร็ว ก็กระทบน้อย แต่ถ้ายืดเยื้อ จะกระทบมาก

 

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า เงินเฟ้อทั่วไป เดือน ก.พ.69 เท่ากับ 99.67 เทียบกับเดือน ก.พ.68 ลดลง 0.88% เป็นการลดลงต่อเนื่อง 11 เดือนติด โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าลดลง ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากผลผลิตล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป ส่งผลให้ยอดรวม 2 เดือน ปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) เงินเฟ้อลดลง 0.77%

 

ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกัน 11 เดือน ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ อีกทั้งเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงาน ก็ยังมี การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้น โดยรวมไม่มีปัจจัยตัวไหนที่จะบ่งชี้ว่าเป็นเงินฝืด ทางเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน ก.พ.69 สูงขึ้น 0.56% รวม 2 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.58%

 

“แนวโน้มเงินเฟ้อเดือน มี.ค.69 ต้องติดตามผลกระทบจากราคาน้ำมันว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางแค่ไหน เพราะจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง”

 

#เงินเฟ้อ #เงินเฟ้อพุ่ง #สินค้าแพง #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS