6 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » อ่วม! คนใช้รถเอ็นจีวี จ่ายเพิ่ม กก. 1 บ.มีผล 16 ธ.ค. แท็กซี่ไม่กระทบ

อ่วม! คนใช้รถเอ็นจีวี จ่ายเพิ่ม กก. 1 บ.มีผล 16 ธ.ค. แท็กซี่ไม่กระทบ

SHARE THIS

อ่วม! กบง.เคาะขึ้นราคาเอ็นจีวี เพิ่มอีก กก.ละ 1 บ. เป็น 17.59 บาท มีผล 16 ธ.ค.นี้ พร้อมสั่งตรึงก๊าซหุงต้ม ถัง 15 โล 408 บ.ต่อถึง ม.ค.ปีหน้า ส่วนแท็กซี่ยังตรึงต่ออีก 3 เดือน

 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีมติทบทวนราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน เพื่อลดผลกระทบต่อภาคประชาชน โดยจะขยายมาตรการตรึงราคา 408 บาทต่อถัง 15 กก. จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2565 ออกไปเป็นให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1-31 ม.ค. 66

 

“ราคาแอลพีจี ตลาดโลกยังคงผันผวน วันที่ 29 พ.ย. 2565 อยู่ที่ 633.60 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตันราคานี้ เมื่อคิดเป็นราคาขายปลีกแอลพีจี ควรจะต้องไปอยู่ที่ 480 บาทต่อถัง 15 กก. แต่ไทยยังดูแลราคาให้อยู่ที่เพียง 408 บาทต่อถัง ผ่านกลไกการอุดหนุนโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้กองทุนฯ บัญชีแอลพีจี ติดลบแล้ว 43,833 ล้านบาท มากกว่าเพดานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 45,000 ล้านบาท  ดังนั้นจึงมอบให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ไปบริหารจัดการต่อ ให้สอดคล้องกับแนวทางนี้”

 

นอกจากนี้ กบง. ยังเห็นชอบแนวทางการดูแลราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี)  ตามที่ บมจ.ปตท. เสนอขอขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวี รถยนต์ทั่วไป 1 บาทต่อ กก. จาก 16.59 บาทต่อ กก. เป็น 17.59 บาทต่อ กก. แต่ยังต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงที่อยู่ 29.51 บาทต่อ กก. มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 65 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ปตท.จะมีการต่อมาตรการโครงการเอ็นจีวี เพื่อลมหายใจเดียวกัน ที่ช่วยเหลือรถแท็กซี่โดยให้คงราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวี สำหรับรถแท็กซี่ ไว้ที่ 13.62 บาทต่อ กก.เริ่ม 16 ธ.ค. 65-15 มี.ค. 66  ซึ่งการดูแลทั้ง 2 ส่วนคาดว่า ปตท. จะใช้เงินช่วยเหลือรวม 2,682 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ กบง.ยังขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซลหมุนเร็วไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตรเพื่อลดภาระประชาชน พร้อมเห็นชอบแผนบริหารจัดการพลังงานในสถานการณ์วิกฤติราคาพลังงาน ในช่วง ม.ค. 66-เม.ย. 66 เช่น การขอความร่วมมือประหยัดพลังงานในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม จัดหาก๊าซในประเทศและเพื่อนบ้านให้ได้มากที่สุด การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาค ปิโตรเคมี และภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยังมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการยกเว้นการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะปริมาณที่จำหน่ายเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 66 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการยกเลิกมาตรการการใช้น้ำมันดีเซล น้ำมันเตาทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ในช่วงสถานการณ์วิกฤติราคาพลังงาน เป็นต้น

 


SHARE THIS