3 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » 9 เรื่องน่ารู้ ระบบตัดแต้มใบขับขี่ อ่านก่อน เริ่มใช้จริง 1 ธ.ค.นี้

9 เรื่องน่ารู้ ระบบตัดแต้มใบขับขี่ อ่านก่อน เริ่มใช้จริง 1 ธ.ค.นี้

SHARE THIS

กรมการขนส่งทาง เตรียมนำระบบตัดแต้มใบอนุญาตขับรถมาบังคับใช้กับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมทั้งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ได้แก่ รถบรรทุก รถโดยสาร และผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้แก่ แท็กซี่  สามล้อสาธารณะ หรือตุ๊กตุ๊ก และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

 

ปัจจุบันได้ทำหนังสือแจ้งผู้ประกอบการ ผู้ขับรถสาธารณะและรถขนส่งได้รับทราบ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจระเบียบแล้ว โดยระบบตัดแต้มจะใช้บังคับกับผู้ขับรถสาธารณะและรถขนส่งเท่านั้น ไม่รวมถึงรถยนต์ส่วนบุคคลแต่อย่างใด  โดยมีสาระสำคัญการปรับปรุงกระบวนการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต  นำระบบการบันทึกคะแนนการตัดคะแนนมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยมีเรื่องน่ารู้ 9 ข้อ ดังนี้

  1. เบื้องต้นได้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมี 100 คะแนน สำหรับใช้ในการบันทึกคะแนนและตัดคะแนน การตัดคะแนนจะแบ่งตามกลุ่มข้อหาความผิดเป็น 3 กลุ่ม ตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด กลุ่มที่ 1 ตัดคะแนนครั้งละ 10 คะแนน กลุ่มที่ 2 ตัดคะแนนครั้งละ 20 คะแนน และกลุ่มที่ 3 ตัดคะแนนครั้งละ 30 คะแนน

  1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 90 วัน และหากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเกินกว่า 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ถูกตัดคะแนนครั้งแรก จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 180 วัน

  1. กรณีความผิดที่ถูกตัดครั้งละ 10 คะแนน

รถแท็กซี่ สามล้อม มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

  • ไม่แสดงบัตรประจำตัวผู้ขับรถ
  • ใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน
  • ใช้รถไม่ตรงตามที่จดทะเบียน
  • ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง
  • กระทำก่อความรำคาญแก่ผู้โดยสาร

รถบรรทุก รถโดยสาร รถทัวร์ รถเมล์

  • แสดงกิริยาไม่สุภาพขณะปฏิบัติหน้าที่
  • ไม่ดูแลให้ผู้โดยสารปลอดภัยขณะโดยสาร
  • ไม่หยุดรับหรือส่งผู้โดยสาร ณ ที่ให้หยุด
  • ใช้ความเร็วเกินกำหนดแต่ไม่เกิน 10 กม.ต่อชม.

  1. กรณีความผิดที่ถูกตัดครั้งละ 20 คะแนน

รถแท็กซี่ สามล้อม มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

  • ไม่ใช่มาตรค่าโดยสาร
  • ปฏิเสธผู้โดสาร
  • ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลง ทิ้งผู้โดยสาร
  • แสดงกิริยาไม่สุภาพ
  • เสพของมึนเมาขณะขับรถ
  • ใช้รถสิ้นอายุ

รถบรรทุก รถโดยสาร รถทัวร์ รถเมล์

  • ไม่ใช้เครื่อง จีพีเอส
  • ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถ
  • ไม่ใช้อุปกรณ์ล็อกตู้บรรทุกสินค้า
  • ละทิ้งหน้าที่ผู้ขับรถ
  • บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง
  • ใช้เร็วเกินกำหนด ตั้งแต่ 101-110 กม.ต่อชม.

  1. กรณีความผิดที่ถูกตัดครั้งละ 30 คะแนน

รถแท็กซี่ สามล้อม มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

  • กระทำการลามก
  • ขับรถประมาท หวาดเสียวเป็นอันตราย
  • แก้ไขดัดแปลงมาตรค่าโดยสาร
  • เมาสุราของมึนเมา ขณะขับรถ
  • ขับรถระหว่างที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ พักใช้ ถูกยึด
  • เก็บค่าโดยสารเกินกำหนด

รถบรรทุก รถโดยสาร รถทัวร์ รถเมล์

  • การกระทำลามก
  • ใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณจีพีเอส
  • ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
  • บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ระเบิด หรือวัตถุอันตรายโดยฝ่าฝืนข้อหอม
  • ให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงปลายทาง
  • ขับรถประมาทหวาดเสียวเกินอันตราย
  • ใช้เร็วเกินกำหนด ตั้งแต่ 101-110 กม.ต่อชม.

  1. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถกระทำความผิดร้ายแรง เช่น เสพยาเสพติดให้โทษในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ หรือขับรถในระหว่างที่ใบอนุญาตถูกพักใช้ กระทำการที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือภาพพจน์ของประเทศ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นภัยต่อสังคม หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมาก ผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวจะถูกพักใช้ใบอนุญาตทันที และถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนนในครั้งเดียว

  1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ถูกตัดคะแนนสามารถมาเลือกเข้ารับการอบรมและทดสอบตามหลักสูตรเพื่อคืนคะแนนได้ด้วยตนเอง ดังนี้ หลักสูตรอบรมเวลา 2 ชั่วโมง จะได้รับคะแนนคืน 50 คะแนน และหลักสูตรอบรมเวลา 4 ชั่วโมง จะได้รับคะแนนคืน 100 คะแนน โดยจะได้รับคืนคะแนนที่ถูกตัดในวันที่ผ่านการอบรมทดสอบ

 

  1. หากไม่ผ่านการทดสอบสามารถขอเข้ารับการทดสอบใหม่ได้อีก 3 ครั้งภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ขอเข้ารับการอบรมและทดสอบครั้งแรก โดยคะแนนที่ได้คืนรวมกับคะแนนคงเหลือต้องไม่เกิน 100 คะแนน สามารถขอเข้ารับการอบรมเพื่อคืนคะแนนได้ปีละ 1 ครั้ง

  1. ผู้ถูกตัดคะแนนหรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตที่ประสงค์เข้ารับการอบรมและทดสอบเพื่อขอคืนคะแนน สามารถแจ้งความประสงค์พร้อมหลักฐานใบอนุญาตขับรถหรือบัตรประจำตัวประชาชน ณ กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 4 และกลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

 


SHARE THIS