7 พฤศจิกายน 2026
Home » ข่าวเด่น » 10 เรื่องต้องรู้ก่อนติด “โซลาร์ภาคประชาชน” แบบไหนคุ้ม ใครไม่ควรติด

10 เรื่องต้องรู้ก่อนติด “โซลาร์ภาคประชาชน” แบบไหนคุ้ม ใครไม่ควรติด

SHARE THIS

10 เรื่องต้องรู้ก่อนติด “โซลาร์ภาคประชาชน” ฉบับละเอียด: อ่านก่อนตัดสินใจ! แบบไหนคุ้มค่าที่สุด? และใครไม่ควรติดตั้ง

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ของรัฐบาล ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญาใดๆ มาร่วมเจาะลึก 10 เรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้ เพื่อประเมินความคุ้มค่าและตรวจสอบความพร้อมของตัวคุณเองอย่างละเอียดจากข้อมูลเชิงวิเคราะห์ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

10 เรื่องต้องรู้ก่อนติด “โซลาร์ภาคประชาชน”

.

1. โครงการนี้ทำงานอย่างไร? (เข้าใจง่ายใน 3 ขั้นตอน)

  • รัฐช่วยออกให้ 50,000 บาท: เป็นเงินให้เปล่า ไม่ต้องคืน โดยนำไปใช้ลดราคาค่าติดตั้งระบบ
  • ส่วนที่เหลือผ่อนกับธนาคาร: สำหรับส่วนต่างที่เหลือ สามารถเลือกผ่อนชำระผ่านสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) และ ธ.ก.ส. โดยผ่อนนาน 7 ปี ไม่ต้องมีเงินก้อน
  • ผลิตใช้เอง เหลือขายคืน: ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์จะนำมาใช้ในบ้านก่อน หากมีส่วนเกินจะขายคืนให้กับการไฟฟ้าในอราคา 20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลายาวนานถึง 20 ปี

.

2. เงินในกระเป๋าเปลี่ยนไปอย่างไร? (ตัวอย่างบ้านที่จ่ายค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท)

หากคุณติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ ตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อเดือนใน 7 ปีแรกจะเป็นดังนี้:

  • ค่าไฟเดิมที่เคยจ่าย: 4,000 บาท
  • หักพลังงานที่แผงผลิตแล้วใช้ฟรี: -1,176 บาท
  • หักเงินที่ได้จากการขายไฟคืนการไฟฟ้า: -792 บาท
  • บวกค่างวดผ่อนธนาคาร (เฉพาะ 7 ปีแรก): +1,169 บาท
  • รวมยอดจ่ายจริงต่อเดือน: เหลือเพียง 3,201 บาท (จากเดิม 4,000 บาท) ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ทันทีราว 799 บาท/เดือน ตั้งแต่เดือนแรกโดยไม่ต้องรอให้ผ่อนหมด

.

3. ความคุ้มค่าระยะยาว “ยิ่งนานยิ่งประหยัด”

  • ปีที่ 1–7 (ช่วงผ่อนธนาคาร): ประหยัดเงินได้ราว 799 บาท/เดือน
  • ปีที่ 8–20 (ผ่อนหนี้หมดแล้ว): ประหยัดก้าวกระโดดถึง 1,968 บาท/เดือน เนื่องจากหมดภาระค่างวดแต่ยังคงขายไฟส่วนเกินได้
  • ปีที่ 21–25 (หมดสัญญาขายไฟ): ประหยัดราว 1,176 บาท/เดือน (จากการใช้ไฟฟรีในบ้าน)
  • ภาพรวม 25 ปี: หากพฤติกรรมการใช้ไฟคงที่ ตลอดอายุโครงการจะประหยัดเงินได้รวมกว่า 445,000 บาท และเงินสนับสนุน 50,000 บาทจากรัฐจะคุ้มทุนกลับมาในราวปีที่ 5

.

4. ทำไม “กลางวันต้องมีคนอยู่บ้าน” ถึงสำคัญที่สุด?

  • ไฟ 1 หน่วยเท่ากัน แต่มูลค่าต่างกันกว่า 2 เท่า ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ใช้มันเองหรือไม่
  • ใช้เองตอนกลางวัน: ช่วยประหยัดค่าไฟได้เต็มราคา (อัตราการซื้อไฟปกติ)
  • ไม่มีคนอยู่บ้าน (ต้องขายคืน): ได้รับราคารับซื้อคืนเพียง 20 บาท/หน่วย เท่านั้น ซึ่งคุ้มค่าน้อยกว่าการใช้เองโดยตรง

.

5. ต้องเข้าใจตรงกัน – นี่คือ “การสร้างหนี้”

  • โครงการนี้เป็นการทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารเป็นระยะเวลา 7 ปี หากเกิดการขาดส่งจะเสียประวัติเครดิตบูโร
  • แม้จะผ่อนด้วยเงินค่าไฟก้อนเดิมที่คุณต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว แต่คุณต้องมั่นใจว่ามีวินัยทางการเงินและรายได้สม่ำเสมอ

.

6. เช็ก 4 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจตอบ “ใช่” ครบทุกข้อหรือไม่?

ลองสำรวจตัวเองด้วยเกณฑ์ง่ายๆ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที:

  1. ค่าไฟบ้านคุณเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป หรือไม่?
  2. ช่วงเวลากลางวัน มีคนอยู่บ้านใช้ไฟ (เกินครึ่งของไฟที่ใช้ทั้งวัน) หรือไม่?
  3. บ้านเป็นของตัวเอง หลังคาแข็งแรง ไม่มีต้นไม้หรือตึกสูงบังแดด?
  4. มีรายได้สม่ำเสมอ ผ่อนไหวทุกเดือนตลอด 7 ปี หรือไม่?
  • หากตอบ “ใช่” ครบ 4 ข้อ: คุ้มค่าที่จะเข้าร่วม สามารถติดต่อธนาคารเพื่อทำประเมินความเหมาะสมได้เลย
  • หากตอบ “ไม่” แม้แต่ข้อเดียว: ยังไม่ควรเข้าร่วม ควรออมเงินแล้วติดด้วยทุนตัวเองทีหลังเมื่อพร้อม

.

7. โครงการนี้ “เหมาะกับใคร” เป็นพิเศษ?

  • ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตลอดทั้งวัน เปิดแอร์ พัดลม ตู้เย็นในช่วงกลางวัน
  • คนทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือทำอาชีพอิสระที่บ้าน
  • บ้านกึ่งร้านค้า, ร้านขายของชำหน้าบ้าน, ร้านกาแฟ, ร้านเสริมสวย หรือร้านค้าชุมชนที่เปิดให้บริการในเวลากลางวัน
  • เกษตรกร หรือบ้านที่มีปั๊มน้ำ ตู้แช่ โรงเรือนที่ต้องเดินเครื่องระบบไฟฟ้าในเวลากลางวัน

.

8. ใครที่ “ยังไม่เหมาะ” กับโครงการนี้?

  • ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กลับเข้าบ้านอีกทีตอนกลางคืน
  • บ้านที่มียอดค่าไฟต่ำกว่า 3,000 บาท/เดือน เพราะจะประหยัดได้น้อยและไม่คุ้มกับการสร้างภาระหนี้
  • เป็นบ้านเช่า หรือโครงสร้างหลังคาไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเรา
  • มีแผนจะย้ายบ้านหรือขายบ้านภายใน 5–7 ปีข้างหน้า
  • มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีภาระหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้ว

.

9. ข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ต้องเผื่อใจ

  • ในช่วง 7 ปีแรก ยอดประหยัดต่อเดือนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก (ราว 800 บาท/เดือน)
  • หากในอนาคตคุณมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงขึ้นตาม เนื่องจากค่างวดผ่อนธนาคารคงที่
  • มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น เช่น ค่าจ้างล้างทำความสะอาดแผงโซลาร์ และค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ในช่วงปีที่ 10–12

.

10. ไม่เข้าร่วมโครงการ ก็ติดโซลาร์เองได้!

  • โครงการนี้เป็นเพียง “ทางเลือก” ไม่ใช่ข้อบังคับ คุณสามารถเลือกติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ด้วยเงินทุนส่วนตัว หรือรอเก็บเงินให้พร้อมก่อนก็ได้
  • คำแนะนำสำคัญ: “อย่าเซ็นสัญญาถ้ายังไม่เข้าใจ” ควรสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่ธนาคารจนกว่าจะหาย

 .

ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:

 

#โซลาร์ภาคประชาชน #โซลาร์รูฟท็อป #ประหยัดค่าไฟ #พลังงานแสงอาทิตย์ #ธนาคารออมสิน #ธอส #ธกส #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง


SHARE THIS