แชร์ไอเดีย หน้าร้อนนี้ เปิดแอร์แบบไหนช่วยประหยัดไฟสูงสุด
ในช่วงที่ประเทศเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าประเทศไทยจะมีสภาพอากาศร้อนกว่าปีก่อนถึง 1-2 องศาเลยทีเดียว จนทำให้ใครหลายคนต้องยอมใจพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมาช่วยดับร้อน แต่ขณะเดียวกัน อีกใจก็กลัวถ้าเห็นบิลค่าไฟมาแล้วอาจจะหนาวสั่นกันได้
วันนี้ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง ขอนำข้อแนะนำจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เกี่ยวกับเทคนิคการเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ สบายเงินในกระเป๋ามาฝาก
- เลือกแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดไฟ
สังเกตจากฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประหยัดไฟยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5 ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟมาก พร้อมทั้งดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ
- เลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง
พิจารณาจากค่า BTU/hr (British Thermal Unit per hour) ซึ่งเป็นหน่วยสากลที่ใช้วัดขนาดความเย็นของแอร์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประหยัดพลังงาน โดยวิธีการคำนวณขนาดบีทียูของแอร์ที่ใช้ส่วนใหญ่ จะนำขนาดพื้นที่ห้องเป็นตารางเมตร คูณด้วย 700 จะเท่ากับขนาดบีทียูแอร์ที่เหมาะสม แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นของห้องด้วย อย่างไรก็ดีคนส่วนใหญ่มักเลือกซื้อแอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้นซึ่งเป็นการตัดสินใจไม่ถูกต้อง เพราะการใช้แอร์ที่มี BTU สูงเกินความจำเป็นกับขนาดห้องจะทำให้คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดน้อยลง และทำให้ภายในห้องมีความชื้นสูงส่งผลให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สบายตัว รวมถึงมีราคาแพงเกินความจำเป็น แต่หากเลือกแอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไป การทำความเย็นจะช้า ไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ รวมถึงคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจนเกินไป ทำให้แอร์เสียเร็ว สิ้นเปลืองพลังงาน และค่าไฟแพงขึ้น
- เลือกตำแหน่งติดตั้งแอร์และคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอร์ในทิศตะวันตก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะโดนแสงแดดส่องในช่วงบ่ายทำให้ความร้อนสูง แอร์ต้องทำงานหนักมากขึ้น เช่นเดียวกับการติดตั้งคอมเพรสเซอร์ให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นพื้นปูน ดาดฟ้า มุมอับที่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท หรือได้รับแสงแดดโดยตรง เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์เป็นอุปกรณ์ระบายความร้อนจึงควรอยู่ในที่ร่ม และยกสูงเหนือพื้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้นและประหยัดพลังงาน
- เปิดแอร์ 26-27 องศา พร้อมพัดลม
การเปิดพัดลมช่วยไล่ความร้อนภายในห้องก่อนเปิดแอร์ โดยเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 26-27 องศาเซลเซียส จะช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา แต่ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาเซลเซียส ช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%
- ล้างแอร์ทุก 6 เดือน
เมื่อแอร์ผ่านการใช้งานไปนาน ๆ แม้เปิดในอุณหภูมิที่ต่ำแล้ว แต่ผู้ใช้งานยังไม่รู้สึกเย็น เพราะภายในแอร์มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกสะสมอยู่ ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น การล้างแอร์ทุก 6 เดือน จึงทำให้แอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปล่อยลมเย็นได้เหมือนเดิม ประหยัดค่าไฟได้มากถึง 10% จะเห็นได้ว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้แอร์ให้เหมาะสมเพียงเล็กน้อย นอกจากช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยชาติประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย
#เปิดแอร์ประหยัดไฟ #เทคนิคเปิดแอร์ #ค่าไฟแพง #เปิดแอร์หน้าร้อน #ซื้อแอร์แบบไหนดี #กฟผ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

