1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เริ่มพรุ่งนี้ Easy E-Receipt ปี 2 ตั้งเงื่อนไข ห้ามซื้ออะไรบ้าง

เริ่มพรุ่งนี้ Easy E-Receipt ปี 2 ตั้งเงื่อนไข ห้ามซื้ออะไรบ้าง

SHARE THIS

เริ่มพรุ่งนี้ Easy E-Receipt  ปีสอง มีเงื่อนไข ห้ามซื้ออะไรบ้าง สรรพากร มีร้านค้าพร้อมเข้าร่วมกว่า 1 แสนราย เริ่มใช้ 16 ม.ค.นี้

 

กรมสรรพากรพร้อมเดินหน้ามาตรการภาษี Easy E-Receipt 2.0 เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจไทยช่วงต้นปี 68 โดยเปิดให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในประเทศ  มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ.2568 ตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะที่ได้รับเอกสารยืนยันการใช้จ่ายในรูปแบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น

 

ล่าสุด กรมสรรพากร อัปเดตว่า  มาตรการภาษี “Easy E-Receipt 2.0” มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้มาตรการนี้ ผู้เสียภาษีสามารถลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยแบ่งออกเป็น

 

  1. ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาทซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่ออก

– ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

– ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)

 

  1. ลดหย่อนเพิ่มเติมอีก 20,000บาท(ต้องใช้หลักฐาน e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เช่นกัน)

– ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

– ซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชน

– ซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคม

 

ทั้งนี้ การซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามข้อ 2. สามารถใช้สิทธิลดหย่อน  30,000 บาท   ตามข้อ 1. ได้เช่นกัน โดย e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ”

 

 

ส่วนสินค้าต้องห้าม ได้แก่

 

กลุ่มสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ กลุ่มรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ กลุ่มค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าประปา กลุ่มค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ กลุ่มค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต กลุ่มค่าเบี้ยประกันวินาศภัย กลุ่มค่าบริการจัดนำเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม และโฮมสเตย์ กลุ่มค่ารักษาพยาบาล ค่าศัลยกรรม ทองคำ บัตรกำนัล

 

“มาตรการนี้นอกจากจะช่วยลดภาระภาษีให้กับประชาชนแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยคาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนใน ระบบเศรษฐกิจได้เป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ เข้าร่วมระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt จำนวน 12,395 ราย โดยมีร้านค้ารวมทั้งสิ้น 108,873 ร้านค้า* แบ่งเป็น 1. e-Tax Invoice & e-Receipt  จำนวน 101,297 ร้านค้า 2. e-Tax Invoice by Time Stamp จำนวน 7,576 ร้านค้า สำหรับร้านค้า ที่ต้องการใช้ระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ร้านค้าตั้งอยู่”

 

ผู้เสียภาษีและร้านค้าสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rd.go.th  หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

 

#EasyEReceipt  #ลดหย่อนภาษี5หมื่น #อีซีอีรีซีฟท์ #ลดหย่อนภาษี #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS