เผยยอดส่งออกปี 64 โตทะลุ 17.1% มูลค่า 8.54 ล้านล้าน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนธ.ค.64 มีมูลค่า 24,930.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 24.2% การนำเข้ามีมูลค่า 25,284.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.4% ขาดดุลการค้า 354.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 64 (ม.ค.-ธ.ค.) ไทยมีมูลค่าส่งออกรวม 271,173.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.1% มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4% ถึง 4 เท่าตัว โดยคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 8.54 ล้านล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 267,600.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.8% เกินดุลการค้า 3,573.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกปี 64 ประสบความสำเร็จ มาจากกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และภาคการผลิตทั่วโลกขยายตัว ค่าเงินบาทที่ไม่แข็งค่า ทำให้สามารถแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งในตลาดต่างประเทศได้ และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นทำให้ตัวเลขการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
สำหรับภาพรวมการส่งออกปี 64 มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรเพิ่ม 23.5% คิดเป็น 819,831 ล้านบาท เช่น ทุเรียน เพิ่ม 68.4% ยางพาราเพิ่ม 58.6% มะม่วงสด เพิ่ม 51.9% มังคุด เพิ่ม 15% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 6.7% นำเงินเข้าประเทศ 607,228 ล้านบาท เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง ผลไม้แห้ง กระป๋องและแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 16.0% เช่น สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เหล็ก อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์
นายจุรินทร์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในปี 65 มีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวได้อีก คาดว่าจะบวก 3-4% โดยมีมูลค่ารวมทั้งปีคิดเป็น 270,000-282,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 9.08-9.16 ล้านล้านบาท มีปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจและการนำเข้าของประเทศคู่ค้า ค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการส่งออก ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์จะเพิ่มขึ้นและเข้าสู่ความสมดุลได้ในช่วงกลางปีนี้ถึงปลายปี การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ตลาดโลกมีความต้องการสินค้าไอที ความรุนแรงของโควิด-19 จะลดน้อยลง และการมีผลบังคับใช้ของอาร์เซป


