เปิด 9 อันดับธุรกิจดาวเด่น ทำแล้วมีโอกาสรวยไม่รู้ตัวในปี 67
ใครที่อยากจะทำธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มทำอะไรดีในปีหน้า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดอันดับ 9 ประเภทดาวเด่น มาให้ติดตามกันเรียบร้อยแล้ว
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯได้นำข้อมูลจาก DBD DataWarehouse+ มาทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมทั้ง ประชาชนทั่วไปสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ด้านต่างๆ ได้ ซึ่งในปี 2567 กรมฯ ได้ทำการวิเคราะห์โดยประเมินข้อมูลธุรกิจจากหลายภาคส่วน ทั้งสถิติข้อมูลภายในของกรมฯ ตั้งแต่สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ อัตราการเติบโต ผลประกอบการของธุรกิจ และการจดทะเบียนเลิกประกอบธุรกิจ ร่วมกับข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่างๆ สามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองและน่าสนใจในปี 2567 ออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ 9 ประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับผลดีจากปัจจัยบวกในการเปิดประเทศและมาตรการสนับสนุนภาครัฐที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ สร้างโอกาส และรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
- ธุรกิจท่องเที่ยว เช่น ‘ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร’ ‘ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด เกสต์เฮ้าส์’ ‘ธุรกิจจัดนำเที่ยว’ ‘ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา’ ‘ธุรกิจตัวแทนการเดินทาง’ ฯลฯ โดยปี 2566 (มกราคม – พฤศจิกายน) มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจรวม 7,459 ราย เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 48 เมื่อเทียบกับปี 2565 ผลประกอบการรอบปีบัญชี 2565 รวมทั้งสิ้น 575,347 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นถึงร้อยละ 64 เมื่อเทียบกับ ปี 2564 ซึ่งกลุ่มธุรกิจนี้มีแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการจากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2566 ประมาณ 27 ล้านคน และ ปี 2567 ประมาณ 30 – 35 ล้านคน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจในการขยายหรือเริ่มต้นธุรกิจเพื่อรองรับตลาดและตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
- ธุรกิจการจัดประชุม แสดงสินค้า คอนเสิร์ต เช่น ‘ธุรกิจการจัดแสดงทางธุรกิจและสินค้า’ ‘ธุรกิจการจัดประชุม’ ‘ธุรกิจจัดงานเลี้ยง’ ‘ธุรกิจกิจกรรมด้านความบันเทิง’ ฯลฯ โดยธุรกิจสามารถสร้างเม็ดเงินได้มหาศาล สอดรับกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการจัดคอนเสิร์ต หรือเทศกาลดนตรีต่างๆ ของศิลปินชาวต่างชาติ ที่ดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาร่วมกิจกรรมดังกล่าว และธุรกิจประเภทนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยว คือ เมื่อมีการจัดประชุม แสดงสินค้า หรือคอนเสิร์ต ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่จะใช้โอกาสนี้ เดินทางท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีการจัดตั้งธุรกิจรวมทั้งสิ้น 1,138 ราย เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีผลประกอบการรอบปีบัญชี 2565 รวม 56,750 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นถึงร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับปี 2564
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ การรักษารูปร่าง หน้าตา และการดูแลสุขภาพของบุคคล สำหรับกลุ่มที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ มีประเภทธุรกิจที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
- ธุรกิจสุขภาพและความงาม เช่น ‘ธุรกิจปลูกพืช เครื่องเทศ เครื่องหอมยารักษาโรค’ ‘ธุรกิจโรงพยาบาล คลินิกโรคเฉพาะทาง’ ‘ธุรกิจขายปลีก/ส่งเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์’ ฯลฯ โดยประเภทธุรกิจสุขภาพและความงามรอบปีบัญชี 2565 สร้างรายได้ 1,184,181 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2564 มูลค่า 97,052 ล้านบาท กำไรสุทธิ 91,959 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2564 มูลค่า 3,687 ล้านบาท โดยความวิตกกังวลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา สังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสนใจหันมาดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง การให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของบุคคล รูปร่าง หน้าตา เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก
- ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ เช่น ‘ธุรกิจสถานที่ดูแลรักษาสำหรับผู้สูงอายุ’ ‘ธุรกิจบริการจัดหาที่พักให้’ ‘ธุรกิจสังคมสงเคราะห์โดยไม่มีที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ’ ฯลฯ จากแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั้งของไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลให้จำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับอัตราการเกิดของประชากรใหม่ในแต่ละปี ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุเข้ามามีบทบาทและสร้างโอกาสการทำตลาดเพื่อรองรับจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ มีการจัดตั้งธุรกิจในปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) จำนวนทั้งสิ้น 107 ราย เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปี 2565 โดยปัจจุบันมีธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 721 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนทั้งสิ้นกว่า 4,250 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องรูปแบบการใช้ชีวิต
กลุ่มธุรกิจนี้ ถือเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา โดยประเภทธุรกิจที่น่าสนใจประกอบด้วย
- ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น ‘ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยง’ ‘ธุรกิจขายปลีกอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง’ ‘ธุรกิจขายส่งอาหารสัตว์’ ฯลฯ โดยปี 2566 (มกราคม – พฤศจิกายน) มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจรวม 494 ราย เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับปี 2565 รายได้ทางธุรกิจรอบปีบัญชี 2565 จำนวน 197,842 ล้านบาท รวมทั้ง มีอัตราเติบโตของกำไรปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จาก 3,152 ล้านบาท ในปี 2564 เป็น 13,304 ล้านบาท ในปี 2565 ทั้งนี้ ธุรกิจดังกล่าว เป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นจากความรักและความผูกพันธ์ระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสัตว์เลี้ยงให้เปรียบเสมือนคนในครอบครัว ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์ลงทุนสรรหา/เลือกอาหาร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงให้กับสัตว์เลี้ยงของตน ส่งผลให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้และผลกำไรแก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ด้วยสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งรอบข้างที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะการณ์ของโลก ทำให้ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์และรูปแบบกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบทางธรรมชาติทั้งปัจจุบันและอนาคต ส่งผลให้มีธุรกิจหลายประเภท เช่น ‘ธุรกิจรีไซเคิล’ ‘ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ ‘ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า’ ฯลฯ ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจรวมทั้งสิ้น 197 ราย เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปี 2565 รายได้ทางธุรกิจรอบปีบัญชี 2565 จำนวน 486,759 ล้านบาท รวมทั้ง มีอัตราเติบโตของผลกำไรปี 2565 ถึงกว่าร้อยละ 45 จาก 24,517 ล้านบาท ในปี 2564 เป็น 35,512 ล้านบาท ในปี 2565
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์
เป็นกลุ่มธุรกิจตอบโจทย์โลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ครอบคลุมทุกช่วงวัยของประชากรในสังคม มีมูลค่าทางการตลาดระดับสูง โดยมีประเภทธุรกิจที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
- ธุรกิจบริการ e-Commerce ได้แก่ ‘ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต’ และ ‘ธุรกิจตลาดกลางในการซื้อขายออนไลน์’ เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความสะดวกสบาย ความคุ้มค่าในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภค และบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่เข้าถึงสินค้าและบริการเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีการจัดตั้งธุรกิจรวม 1,800 ราย เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปี 2565 รายได้รอบปีบัญชี 2565 สูงถึง 194,837ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 38,192 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 24
- ธุรกิจบริการชำระเงินแบบดิจิทัล ได้แก่ ‘ธุรกิจการประมวลผลและการเรียกชำระเงินสำหรับธุรกรรมทางการเงิน’ เป็นธุรกิจให้บริการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ ทำให้การชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเรื่องง่ายและสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ การจัดตั้งธุรกิจปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวน 22 ราย สร้างรายได้รอบปีบัญชี 2565 มูลค่า 19,098 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับรอบปีบัญชี 2564 รวมทั้ง สร้างผลกำไรสูงมากกว่า 1.9 เท่า จาก 844 ล้านบาท ในปี 2564 เป็น 2,478 ล้านบาท ในปี 2565
- ธุรกิจซอฟต์แวร์ เช่น ‘ธุรกิจจัดทำโปรแกรมเว็บเพจ’ ‘ธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์’ ‘ธุรกิจให้คำปรึกษาทางด้านซอฟต์แวร์’ ฯลฯ ในปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจรวม 1,104 ราย โดยธุรกิจกลุ่มนี้ สร้างรายได้รอบปีบัญชี 2565 มูลค่า 160,201 ล้านบาท สูงขึ้นถึง 19,171 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับรอบปีบัญชี 2564 ซึ่งการเติบโตของธุรกิจดังกล่าวสอดคล้องกับยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่การดำรงชีวิตไปจนถึงการประกอบธุรกิจของภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ รวมทั้ง ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ล้วนนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนประกอบประสานรวมกับ AI หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างชัดเจน เป็นแรงผลักดันที่ส่งผลให้ธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 66 มีดาวเด่น 5 ธุรกิจ ธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย 3 ธุรกิจ โดยธุรกิจดาวเด่นที่มาแรง 5 ธุรกิจ ประกอบด้วย
- ธุรกิจการท่องเที่ยว เติบโต 64% ได้แก่ ธุรกิจจัดนำเที่ยว ตัวแทนธุรกิจการเดินทาง โรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด สปา
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตเพิ่ม 36% ได้แก่ ธุรกิจกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาฯ
- ธุรกิจสมุนไพร เติบโต 33% ได้แก่ การปลูกพืชเครื่องเทศ เครื่องหอม ยารักษาโรค พืชทางเภสัชภัณฑ์
- ธุรกิจการติดตั้งไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 25% ได้แก่ การติดตั้งไฟฟ้า การผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์
- กลุ่มธุรกิจการค้าปลีกสินค้าออนไลน์ เติบโต 19%
ส่วนธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 66 ประกอบด้วย 3 ธุรกิจ ได้แก่
- กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเคมีภัณฑ์ ลดลง 30% ได้แก่ ธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก การผลิต ปุ๋ยเคมี
- ธุรกิจขายปลีกสินค้าในร้านค้า หรือ ธุรกิจการค้าปลีกช่องทางออฟไลน์ ลดลง 12%
- ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงสันดาป ลดลง 5% ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกเชื้อเพลิง สถานีบริการน้ำมัน การขายส่งเชื้อเพลิง
#ธุรกิจดาวเด่นปี67 #ธุรกิจน่าสนใจปี67 #ธุรกิจอะไรทำแล้วรวย #ธุรกิจดาวรุ่ง #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #อรมน #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

