3 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เปิดเงื่อนไข ฟรีวีซ่าไทย-จีน เริ่ม 1 มี.ค.67 ทัวร์ไฟไหม้ยิ้มบินได้ทันที

เปิดเงื่อนไข ฟรีวีซ่าไทย-จีน เริ่ม 1 มี.ค.67 ทัวร์ไฟไหม้ยิ้มบินได้ทันที

SHARE THIS

เปิดเงื่อนไข ฟรีวีซ่าแบบถาวร “ไทย-จีน” เริ่ม 1 มี.ค.2567  ยกระดับความสัมพันธ์ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเฮ ต่อไปใช้ ทัวร์ไฟไหม้ บินได้ทันที

 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลมีการยกเว้นวีซ่าให้กับคนจีนเข้ามาประเทศไทย ถึงวันที่ 29 ก.พ.นี้ และจะหมดเขตลงแล้ว ล่าสุด วันนี้ได้รับข่าวดี เมื่อตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.66 เป็นต้นไป การเดินทางไปกลับทั้ง 2 ประเทศ ไทย-จีน จะไม่ต้องมีวีซ่าระหว่างกันและกันเป็นการถาวร ซึ่งถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ โดยจะให้กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงว่า เราพร้อมแล้วจะเปิดประเทศ และดูแลนักท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศให้ดีด้วย

 

ด้านนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า  ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการตรวจลงตรา หรือการยกเว้นวีซ่าซึ่งกัน และกัน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา และหนังสือเดินทางกึ่งราชการ อีกทั้งเห็นชอบให้ตนเดินทางไปลงนามความตกลงภายในเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.2567 เพื่อให้การเดินทางไปมาระหว่างกันเกิดความราบรื่น เนื่องจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) แก่นักท่องเที่ยวจีน (ผ.30) เป็นการชั่วคราวจะสิ้นสุดในวันที่ 29 ก.พ. 2567

 

สาระสำคัญ ร่างความตกลงยกเว้นวีซ่า มีดังนี้

  • ยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย และผู้ถือหนังสือเดินทางกึ่งราชการ และหนังสือเดินทางธรรมดาของจีน
  • สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน และรวมระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน
  • ยกเว้นกรณีการพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้า

 

สำหรับการจัดความตกลงนี้เป็นผลมาจากที่นายกรัฐมนตรีไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16-19 ต.ค.66 และได้หารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ขอให้ทั้งสองฝ่ายจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาซึ่งกันและกัน ต่อมาวันที่ 6-7 ธ.ค.66 ตนได้ไปร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ที่กรุงปักกิ่ง ได้หารือทวิภาคีกับนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน หยิบยกเรื่องการยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทย นายหวัง อี้ เห็นชอบด้วย ได้เสนอขอตั้งคณะทำงานทั้งสองฝ่ายมาหารือกัน จากนั้นวันที่ 21—22 ธ.ค.66 คณะทำงานฝ่ายไทย นำโดยรองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก ได้เจรจากับรองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของจีนที่กรุงปักกิ่งและเห็นพ้องที่จะให้ความตกลงฯมีผลใช้บังคับภายในวันที่ 1 มี.ค.67

 

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า  การที่จะได้คนจีนมาเที่ยวประเทศไทยตามเป้าหมายในปี 2567 ที่ 8 ล้านคน ยังจำเป็นต้องทำการตลาดอย่างหนัก จะอยู่เฉยไม่ได้ เพราะตอนนี้คนจีนยังไม่ออกเดินทางเที่ยวนอกประเทศ แอตต้าประเมินไว้ว่าอาจจะได้ที่ 6-7 ล้านคน อย่างไร ก็ตาม ต้องรอตอนตรุษจีนถึงจะเห็นความชัดเจนว่าในปีนี้จะมีคนจีนมาไทยมากแค่ไหน  

 

“การยกเว้นวีซ่าระหว่างกัน จะทำให้คนไทยไปเที่ยวจีนก็เยอะขึ้นเช่นกัน เพราะการยกเว้นวีซ่าจะกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวด้วย ต่อไปคนไทยจะไม่ต้องห่วงหรือรอการทำวีซ่าอีกแล้ว บางครั้ง ก็โดนตีกลับ อีกหน่อยจะไปเมื่อใดก็ได้ ขอให้มีตั๋วเครื่องบินก็ไปได้เลย ทัวร์ไฟไหม้ก็ยังไปได้เพราะไม่ต้องทำวีซ่าแล้ว”

 

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ได้หารือกันเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปี 2567 ได้พูดถึงเป้าหมาย 40 ล้านคน เท่ากับใน2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 แม้ว่าตัวเลข 40 ล้านคนจะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากจากปีที่ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 28.04 ล้านคน และมากกว่าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งเป้าไว้ 35 ล้านคน แต่รัฐบาลตั้งเป้าให้สูงขึ้นจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รัฐบาลผลักดันออกมาจำนวนมาก

 

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนหลังจากที่ออกมาตรการยกเว้นวีซ่าถาวรระหว่างไทยและจีนแล้ว รัฐบาลคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในประเทศมากขึ้น และเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 3.5-3.6 ล้านคน แต่ขณะนี้ต้องรอตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่จะรายงานการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ในปี 2562 เคยมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยมากถึงเกือบ 11 ล้านคน

 

#ฟรีวีซ่าจีน #ฟรีวีซ่า #ทัวร์ไฟไหม้ #เที่ยวจีน #ฟรีวีซ่า1มีนา #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 


SHARE THIS