เปิดสมัครแล้ว แอปเรียกแท็กซี่ เริ่มใช้เดือน พ.ย. ค่าโดยสาร 40 บ.
วันที่ 1 ตุลาคม 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เผยความคืบหน้าการเปิดให้บริการรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ทางเลือกผ่านแอปพลิเคชันว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ออกประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่นสำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 แล้ว และกรมการขนส่งทางบก ได้ออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง 4 ฉบับเรียบร้อยเช่นกัน ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะเปิดให้ผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถยื่นขอรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับให้บริการรับส่งผู้โดยสารกับกรมการขนส่งทางบกได้
ทั้งนี้ กรมฯ มีหลักเกณฑ์พิจารณา เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีความปลอดภัย แสดงอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าชัดเจน ต้องรองรับการเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ในระบบ ส่งเสริมการใช้รถยนต์รับจ้างไฟฟ้า เป็นต้น โดยคาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายน นี้ น่าจะมีรถตามแอปพลิเคชันออกให้บริการ ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้บริการเริ่มขออนุญาตแล้ว 5-6 ราย
ขั้นตอนถัดมา เมื่อผู้ให้บริการได้รับการรับรองจากกรมแล้ว จะมีการเปิดรับสมัครผู้ที่ประสงค์ จะประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าเป็นสมาชิกกำหนดเงื่อนไข ดังนี้
- กำหนดเงื่อนไข 1 คน ต่อรถ 1 คัน
- ผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่ถูกต้อง
- ผ่านการสอบประวัติอาชญากรรม
- รถยนต์ที่ใช้จะต้องเป็นของตนเองมีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี
- มีหลักฐานการจัดให้มีประกันภัย และประกันภัยเพิ่มเติมตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยฯ
- รถที่ขึ้นทะเบียนแล้วจะได้รับเครื่องหมาย รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับแสดงที่กระจกหน้าและกระจกด้านหลัง จึงสามารถออกให้บริการได้
นอกจากนั้น ต้องมีการการติดตั้ง QR CODE สำหรับประเมินความพึงพอใจภายในรถที่ขึ้นทะเบียนผ่านแอปด้วย ในส่วนการเรียกรถใช้งานจะกำกับไว้ว่า รถแท็กซี่ในระบบสามารถโบกเรียกได้ปกติ แต่รถส่วนบุคคลที่เอาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจะต้องจองผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น โดยผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสามารถออกแบบค่าโดยสาร ตราสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ แต่ทุกอย่างจะต้องปฏิบัติตามกรอบและกติกาที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ แอปพลิเคชันจะให้ความสำคัญกับแท็กซี่มิเตอร์ในระบบมาอันดับ 1 ในการเลือกใช้งาน ลำดับถัดมาคือรถที่ใช้พลังงานที่เป็นมิตรจากสิ่งแวดล้อม และหลังจากนั้นก็จะไล่ประเภทรถอื่นๆที่เป็นรถส่วนบุคคลตามลำดับ โดยค่าโดยสารเริ่มที่ 40 – 150 บาทตามประเภทรถ , ค่าโดยสารตามระยะทางคิดที่ 6-16 บาท/กม. แล้วแต่สภาพการจราจรและประเภทรถ มีค่าโดยสารที่คิดเพิ่มในขณะที่จราจรติดขัดที่ 2 บาท/นาที และจะมีค่าธรรมเนียมเรียกใช้งานครั้งละ 20 บาทอีกด้วย

