18 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เปิดตัวการ ทำบาทแข็งรอบ 4 ปี คลังลุย”เก็บภาษี-คุมเพดาน” ซื้อขายทอง

เปิดตัวการ ทำบาทแข็งรอบ 4 ปี คลังลุย”เก็บภาษี-คุมเพดาน” ซื้อขายทอง

SHARE THIS

ส่อง 4 มาตรการล่าสุด สกัดบาทแข็งค่ารอบ 4 ปีครึ่ง งัด 3 มาตรการคุมซื้อขายทองผ่านแพลตฟอร์ม สั่งรายงานข้อมูล เก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ คุมเพดานซื้อขาย ธปท.ออก 1 มาตรการคุมฟันด์โฟลว์  คริปโตไม่ใช่สาเหตุ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร่วมกันแถลงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ค่าเงินบาท หลังจากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว สูงสุดรอบ 4 ปีครึ่ง โดยล่าสุดไปอยู่ที่ 31.10-31.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

นายลวรณกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 68 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 9.4% เทียบเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแข็งค่าขึ้น 4.2%  ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังนักลงทุนปรับคาดการณ์แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกทั้งยังมีการขายเงินตราต่างประเทศ ของกลุ่มบริษัททองคำหลังราคาทองคำปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนการเข้าซื้อตราสารหนี้ ของนักลงทุนต่างชาติในบางจังหวะ ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า

 

ทั้งนี้ ได้ร่วมกันออก 3 มาตรการดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ได้แก่

 

  1. ให้กรมสรรพากร พิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำในลักษณะการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสินค้าหรือบริการออนไลน์อื่น เพื่อให้รู้มูลค่าการซื้อขายของธุรกรรมทองคำ
  2. เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว กรมสรรพากรจะพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ จากกิจการขายทองคำแท่งของร้านทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งยังไม่ระบุว่าจะเก็บภาษีที่อัตราเท่าไร
  3. แก้กฎหมายกระทรวงการคลังให้อำนาจ ธปท.พิจารณาแนวทางการกำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการซื้อขายทองคำในแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีมีการซื้อขายปริมาณสูง เช่น ซื้อขายไปมา 100 ล้านบาทหลายครั้ง หรือ 1,000 ล้านบาทต่อวัน แต่จะไม่กระทบซื้อขายรายย่อย โดยเฉพาะผู้ซื้อขายทองที่ส่งมอบจริง ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องประดับ ร้านค้าที่มีการซื้อขายทองจริง โดยมาตรการนี้น่าจะเริ่มบังคับใช้เดือนม.ค.69
  4. อีก 1 มาตรการเสริมของแบงก์ชาติ เพื่อดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าประเทศที่มีปริมาณสูง โดยกำหนดให้ต้องแจ้งข้อมูลเอกสารปริมาณที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้ จากเดิมที่เปิดให้นำเข้าอิสระเสรี

 

นายวิทัย รัตนากร กล่าวว่า “จากมาตรการนี้ และ3 มาตรการที่คลังและสรรพากรออกมา จะช่วยชะลอธุรกรรมการซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มที่เป็นต้นเหตุ ให้ค่าบาทบาทแข็งขึ้นค่าได้ และในระยะยาวได้เสนอคลัง จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลการซื้อขายทองโดยตรง เพราะทุกวันนี้มีปริมาณซื้อขายมาก”

 

ข้อมูลสำคัญ

  • ปัจจุบัน ปริมาณการซื้อขายทองคำในแต่ละวันมีมูลค่ารวมสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สูงกว่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไปแล้ว โดยปี 68 มีค่าเฉลี่ยซื้อขายทองต่อวัน 65,937 ล้านบาท สูงกว่าซื้อขายหุ้น 42,417 ล้านบาท และทำสถิติซื้อขายสูงสุดถึง 255,566 ล้านบาท ขณะที่รายได้ของผู้ค้าทองคำ 15 รายใหญ่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 17% ของจีดีพี ในปี 63 คาดว่าจะเพิ่มเกิน 50% ของจีดีพี ในปี 68
  • ที่สำคัญกลุ่มบริษัททองคำเข้าซื้อขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังมีสัดส่วนสูงขึ้น จนบางครั้งเกิดการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สุทธิจากธุรกรรมทองเพื่อมาซื้อเงินบาทมากถึง 40-50% ของปริมาณการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกดดันโดยตรงต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นเร็ว นำสกุลภูมิภาค และผันผวนไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ”
  • ประเด็นที่มีข้อสังเกตว่า การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ยูเอสดีที ที่มีมูลค่าผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ก.ล.ต.ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากมีปริมาณธุรกรรมซื้อขายยูเอสดีทีที่ 1.22% ของยอดเงินทุนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท  และคิดเป็น 0.17% ของยอดการแลกดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินบาทของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จึงไม่มีนัยยะต่อค่าเงินบาท

 

#ค่าเงินบาท #ซื้อขายทองคำ #เก็บภาษีซื้อขายทอง #บาทแข็งค่า #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS