เปิดฉายาปี 64 “รัฐบาล-ยื้อยุทธ์” “บิ๊กตู่-ชำรุดยุทธ์โทรม” วาทะแห่งปี”นะจ๊ะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้มีการตั้งฉายารัฐบาล และรัฐมนตรีประจำปี 2564 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาลโดยปราศจากอคติ มีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และ วาทะแห่งปี ประจำปี 2564 ดังนี้
ฉายารัฐบาล : “ยื้อยุทธ์”
สะท้อนภาพของรัฐบาลที่ยื้อแย่งกันเองทั้งในส่วนของอำนาจและตำแหน่ง โดยไม่สนใจประชาชน และการเดินหน้าประเทศถูกมองว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม และมองการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล จะเป็นประโยชน์มากกว่า จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อไป ไม่ว่าจะมีการชุมนุมขับไล่ไสส่งอย่างไรก็ตาม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา : “ชำรุดยุทธ์โทรม”
การบริหารราชการแผ่นดินตลอดปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่รับบทหนักที่สุด ถูกมองว่าล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาโควิด การกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริหารราชการ หรือแม้แต่เรื่องทางการเมือง ถูกโจมตีรอบด้าน แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะยังอยู่ในตำแหน่งได้ แต่ก็ทรุดโทรม เสื่อมสภาพไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ : “รองช้ำ”
พี่ใหญ่ในตระกูล 3 ป. อย่างรองนายกฯ ประวิตร ต้องประสบกับเรื่องช้ำๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐที่เกิดความแตกแยกอย่างหนัก สะเทือนถึงพี่น้องอีก 2 ป. สั่นคลอน “3 ป. Forever” ซ้ายก็น้องรัก ขวาก็ลูกน้องที่รัก หักใจเลือกใครไม่ได้ สุดท้ายต้องยอมแบกความเจ็บช้ำไว้คนเดียว
อนุทิน ชาญวีรกูล : “ว้ากซีน”
ล้อมาจากคำว่า “วัคซีน” ภาพที่ผู้คนชกต่อยยื้อแย่งวัคซีน บุคลากรทางการแพทย์ดาหน้าออกมาเรียกร้องวัคซีนชนิด mRNA ผู้คนว้าก โวย เหวี่ยง ตำหนิการจัดหาและให้บริการวัคซีนที่ถูกเลื่อนไม่มีกำหนด เพราะวัคซีนไม่มาตามนัด จนนายอนุทินต้องออกมาโต้ตอบอย่างดุเดือดผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียทุกครั้งที่มีโอกาส
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ : “นายกฯ บางโพล”
แม้ปีนี้ยังไม่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง แต่หัวหน้าพรรคการเมืองหลายพรรค แสดงความพร้อมประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี หนึ่งในนั้น คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผลโพลสำรวจบางสำนักเท่านั้น ที่ต้องการให้ นายจุรินทร์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งเป็นแค่บางโพลเท่านั้น ไม่ใช่ทุกโพล
สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ : “มหาเฉื่อย 4D”
ตลอดการดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยังแสดงฝีมือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่เด่นชัด เช่น ปัญหาราคาน้ำมันแพง ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า แม้จะผุดโปรเจ็กต์ต่างๆ ก็ถูกมองเป็นนโยบายขายฝัน ด้วยเอกลักษณ์เดินถือแก้วกาแฟชิลๆ มอบนโยบายเหมือนบรรยายธรรม โดยเฉพาะนโยบาย 4D ท่องจนเป็นคาถาติดปาก จึงได้รับฉายานี้ไป
สุชาติ ชมกลิ่น : “สุชาติ ชมเก่ง”
เกือบทุกครั้งในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อพูดถึงนโยบายของรัฐบาล หรืองานในความรับผิดชอบ นายสุชาติมักจะขึ้นต้นประโยคด้วยการชื่นชมยกยอปอปั้น พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร อยู่เสมอ แถมยังติดสอยห้อยตามลงพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งยังเคยอาสาออกหน้ารับคำท้าขึ้นชกมวยคาดเชือกกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แทนนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาท้าว่าใครแพ้ลาออก
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ : “สายขม นมชมพู”
ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่คาราคาซังมานานข้ามปียังไม่มีข้อยุติ ผลพวงจากภาระหนี้สินก้อนใหญ่ยังหาทางออกไม่ได้ กลายเป็นเรื่องขมคอของหลายหน่วยงานภาครัฐ ซ้ำเจ้าตัวยังมีภาพหลุด เชื่อมโยงคลัสเตอร์โควิด สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ก่อนออกมาชี้แจงว่าเป็นภาพสะท้อนชีวิตหนุ่มโสด ร้องคาราโอเกะ ดื่มนมชมพู หาความสุขหลังเลิกงาน ไม่ใช่ชายเสเพล ใช้ชีวิตประมาท จนเกิดคลัสเตอร์การระบาด
พิพัฒน์ รัชกิจประการ : “ดีลล่มระดับโลก”
ในงานเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ออกตัวการันตี Lisa วง BLACKPINK ตอบรับมาร่วมงานแสดงเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนที่ดีลจะล่มไม่เป็นท่า เมื่อต้นสังกัดออกแถลงการณ์ดับฝัน ทำให้รัฐบาลเสียเครดิต แม้แต่โครงการ Sandbox ก็เกือบจะเป็น Sadbox ต้องลดพื้นที่ให้เหลือแค่จังหวัดภูเก็ต เพราะสถานการณ์โควิด-19 ปะทุ
วาทะแห่งปี 2564 : “นะจ๊ะ”
เป็นคำพูดติดปากของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะเป็นคำสามัญธรรมดาที่ใช้ทั่วไป แต่กลายเป็นคำไม่ธรรมดาเมื่อออกจากปากของผู้นำในช่วงสถานการณ์วิกฤติที่ประชาชนสิ้นหวัง มีผู้คนล้มตายข้างถนน ตกงานจำนวนมาก โดยเฉพาะการพูดหลังการประชุมวัคซีนและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ที่ประชาชนต่างรอคอยการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ในการพิจารณาข้อเสนอมาตรการล็อกดาวน์ กทม.และปริมณฑล สะท้อนภาวะความเป็นผู้นำที่ล้มเหลวในการสื่อสารเมื่อเกิดภาวะวิกฤติ

