แห่ขายเก็งกำไร ดันส่งออกทองคำ 3 เดือน พุ่ง 699% มูลค่า 1.2 แสนล.
เก็งกำไรทองคำ ดันยอดส่งออก 3 เดือนพุ่ง 699% มูลค่าทะลุ 1.2 แสนล้าน หลังราคาทะยานต่อเนื่อง ช่วยหนุนยอดส่งออกอัญมณี เครื่องประดับ เดือนมี.ค. 3,408 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 341%
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเดือนมี.ค.65 มีมูลค่า 739.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.01% หากรวมทองคำมีมูลค่า 3,408.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเพิ่มขึ้นถึง 341.39% ทำให้ยอดรวม 3 เดือนของปี 65 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่า 1,898.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 39.96% และหากรวมทองคำมีมูลค่า 5,486.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 203.93%
ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับขยายตัว นอกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้า ที่มีการทยอยเปิดเมือง ทำให้กำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวเพิ่มแล้ว ที่สำคัญยังมีการส่งออกทองคำไปเก็งกำไรจากราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยตลอด 3 เดือนแรก ไทยให้มีการส่งออกทองคำมีมูลค่า 3,588.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.22 แสนล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 699.05% เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังเกิดภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
นายสุเมธ กล่าวว่า ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย เพิ่ม 46.48% อินเดีย เพิ่ม 113.98% ฮ่องกง ซึ่งปีที่ผ่านมา การส่งออกชะลอตัวมาโดยตลอด กลับมาส่งออกได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 14.77% เพิ่ม 3 เดือนติดต่อกัน เยอรมนี เพิ่ม 7.97% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 88.29% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 82.14% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 21.25% เบลเยียม เพิ่ม 29.45% อิตาลี เพิ่ม 129.87% และญี่ปุ่น เพิ่ม 11.22%
ส่วนสินค้าสำคัญที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 13.98% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 42.02% เพชรก้อน เพิ่ม 3.11 % เพชรเจียระไน เพิ่ม 70.90% พลอยก้อน เพิ่ม 27.41% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 48.17% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 50.28% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 37.62% เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่า เพิ่ม 63.48% ส่วนเครื่องประดับแพลทินัม ลด 19.78%

