เกษตรกรอ่วม! เตรียมรับมือปุ๋ยแพง-ขาดแคลน ตลาดโลกพุ่ง 100-200%
เกษตรกรอ่วม! เตรียมรับมือปุ๋ยแพง-ขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง 100-200% สมาคมปุ๋ย จับตาประเทศไทย เกิดวิกฤตมีไม่พอใช้ ฤดูกาลเพาะปลูก เม.ย.-พ.ค.นี้ หลังรัฐบีบคอตรึงราคานาน จนผู้ผลิตขาดทุน ชะลอนำเข้า
นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เผยว่า สมาคมเป็นห่วงว่าในฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ ประเทศไทยจะเผชิญวิกฤตขาดปุ๋ยสำหรับเพาะปลูก หลังพบว่าสต็อกปุ๋ยบางชนิดมีปริมาณลดลง และอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาผู้ค้าปุ๋ยเคมีบางราย มีการชะลอนำเข้า เพราะประสบปัญหาขาดทุน จากราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาในประเทศกลับถูกรัฐบาลตรึงไว้ไม่ให้ขึ้นราคา
นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจุบันราคาแม่ปุ๋ยเคมีสูตรสำคัญที่เกษตรกรไทยใช้ มีการปรับขึ้นไปมาก 100-200% ได้แก่ ยูเรีย 46-0-0 เพิ่มจากปีก่อน 360 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 เพิ่มจากปีก่อน 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น 400 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 122% ฟอสเฟต 18-46-0 เพิ่มจากปีก่อน 570 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น 1164 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 104% และโพแทสเซียม 0-0-60 ขึ้นจากปีก่อน 256 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น 750 หรือเพิ่มขึ้น 193%
ทั้งนี้ แม้กระทรวงพาณิชย์ จะอนุญาตให้ปรับราคาและกระตุ้นให้นำเข้าได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถไปแข่งขันสั่งซื้อแม่ปุ๋ยเคมีกลับเข้ามาทันฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะเริ่มหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาราคาปุ๋ยก็แพงขึ้นอยู่แล้ว และพอเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาแม่ปุ๋ยพุ่งขึ้นไปอีก ที่สำคัญหลายประเทศ เช่น จีนก็มีการสั่งห้ามส่งออกปุ๋ย อีกหลายประเทศก็มีการเก็บสต็อกไว้ สำหรับเพิ่มความมั่นคงในการผลิตอาหารภายในประเทศ
“สมาคมฯ ประเมินว่าหากจะสั่งซื้อนำเข้าปุ๋ยรอบใหม่มา อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-4 เดือน เพราะขณะนี้แหล่งผลิตนำเข้าใหญ่ๆจากไทยก็มีปัญหา เช่น รัสเซีย จีน ทำให้ต้องไปหาแข่งซื้อกับประเทศอื่น อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการขนส่ง การขออนุญาต การตรวจสอบคุณภาพจากภาครัฐอีก และนำมาผสมวางขาย ซึ่งทุกขั้นตอนใช้เวลาพอสมควร”

