19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » อัปเดต สถานการณ์สู้รบ ไทย-กัมพูชา ภาคที่ 1-2 ทบ.ย้ำไม่หยุดยิง

อัปเดต สถานการณ์สู้รบ ไทย-กัมพูชา ภาคที่ 1-2 ทบ.ย้ำไม่หยุดยิง

SHARE THIS

ทบ. ย้ำไม่หยุดยิง จนกว่าขจัดภัยคุกคามและควบคุมพื้นที่ด้านความมั่นคงได้ พร้อมอัปเดต สถานการณ์สู้รบ กองทัพภาคที่1 และกองทัพภาคที่ 2

 

จากกรณีที่สังคมได้ให้ความสนใจและมีข้อสงสัยในประเด็นเรื่องการหยุดยิง หลังนายกรัฐมนตรีมาเลเซียโพสต์ข้อความระบุว่าไทยและกัมพูชาจะเริ่มกระบวนการหยุดยิงในวันที่ 13 ธ.ค.68 เวลา 22.00 น. นั้น

 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยต่อกรณีดังกล่าวว่าในส่วนของกองทัพบก ไม่เคยกล่าวถึงหรือมีแนวการปฏิบัติในเรื่องนี้ เนื่องจากปัจจุบันกัมพูชายังคงใช้อาวุธหนัก จรวด BM-21, เครื่องยิงลูกระเบิด และโดรนพลีชีพ โจมตีต่อกำลังทหารไทยในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยอย่างร้ายแรง

 

โดย พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์และมอบแนวทางการปฏิบัติเฉพาะส่วนอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันยืนยันว่ายังไม่ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงในการปฏิบัติการของหน่วยในพื้นที่การรบแต่อย่างใด โดยยังคงสั่งการให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบตลอดแนวชายแดน เดินหน้าปฏิบัติการตามแผนที่กำหนด พร้อมบูรณาการร่วมกับเหล่าทัพ และหน่วยงานอื่นๆ ในการปฏิบัติอย่างเต็มที่

 

ขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำกำลังพลเรื่องการปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย ดำเนินกลยุทธ์ด้วยความรอบคอบ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหลักคือ การผลักดันและมุ่งทำลายขีดความสามารถทางการทหารของกัมพูชา ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงองค์ประกอบสนับสนุนอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกไทยโจมตีต่อเป้าหมายทางทหารที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเพียงเท่านั้น และการสถาปนาพื้นที่ เข้าควบคุมบริเวณที่เคยมีการรุกล้ำเขตอธิปไตยไทย และเสริมความมั่นคงให้มีความสมบูรณ์ เอื้อต่อการปฏิบัติการทางทหารต่อไปในอนาคต

 

กองทัพบกขอยืนยันในปฏิบัติการครั้งนี้ว่ายังคงดำเนินการต่อเนื่องจนกว่ากัมพูชาหยุดความเป็นปรปักษ์ โจมตีต่อกำลังทหารไทยและประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากำลังพลและยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก พร้อมตรึงกำลังการปฏิบัติ และตอบโต้ตามกฎการใช้กำลังตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดและเป็นไปตามหลักกติกาสากล เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช และดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนชาวไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ

 

 

กองทัพภาคที่ 2 อัปเดตสถานการณ์

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2568 (เวลา 09.00 น.) สถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นมา จนถึงช่วงเช้าวันนี้ สถานการณ์ตามแนวชายแดนมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง มีการปะตลอดทั้งคืน ฝ่ายกัมพูชาได้เพิ่มระดับการใช้กำลัง โดยเสริมปืนใหญ่ และจรวด BM-21 หลายพื้นที่ พร้อมตรวจพบ UAV และโดรน FPV อย่างต่อเนื่อง

 

ฝ่ายเราตอบโต้เชิงรุกตามแผนอย่างเหมาะสม มุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายกัมพูชาในจุดสำคัญ โดยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และกำลังพลฝ่ายเราส่วนใหญ่ปลอดภัย โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้

  • พื้นที่ช่องคานม้า พระวิหาร และตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จว.ศรีสะเกษ : ตรวจพบการเสริมกำลังของฝ่ายกัมพูชา ฝ่ายกัมพูชาโจมตีฝ่ายเราด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ค.,ปืนใหญ่ และ BM-21 ฝ่ายเราทำการยิงปืนใหญ่ทำลายเป้าหมาย รวมทั้งสามารถยิงทำลายรถบรรทุกของฝ่ายกัมพูชาได้ 1 คัน
  • พื้นที่ช่องคนา อ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ : ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีฝ่ายเราด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ค.,ปืนใหญ่, BM-21 และอากาศยานไร้คนขับทั้งแบบทิ้งระเบิด และFPV ฝ่ายเราเสริมความมั่นคงในพื้นที่ และปฏิบัติตามแผนต่อไป
  • พื้นที่ปราสาทตาควาย อ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วย ค. ใส่ฝ่ายเรา ฝ่ายเรายิงตอบโต้ตามสถานการณ์ พร้อมทั้งใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ AGL ยิงทำลาย บก.ร้อย.1 พัน.ร.444 ของฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้ คลังกระสุนของฝ่ายกัมพูชาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ฝ่ายเราไม่ได้รับความเสียหาย กำลังพลปลอดภัย
  • พื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จว.สุรินทร์ : ฝ่ายกัมพูชามีการใช้พลซุ่มยิง, ปืนใหญ่ และจรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่ฝ่ายเรา ฝ่ายเราทำการตรึงตลอดพื้นที่การวางกำลัง และตอบโต้ตามเหตุการณ์

 

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่อไป

 

 

กองทัพภาคที่ 1 อัปเดตสถานการณ์

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน 13 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา  เป็นวันที่ 6 โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

 

  • พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ดำเนินกลยุทธ์และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่โล่งแจ้ง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21,ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
  • พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ยึดครองพื้นที่ตามแนวอ้างสิทธิ์ และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมกำลังของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง
  • พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ดำเนินกลยุทธ์และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมพื้นที่ โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงด้วย BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอากาศ โดยใช้อากาศยาน ทำลายคลังอาวุธและกระสุน และระบบสื่อสารของหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายกัมพูชา ด้านตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน   สำหรับการเตรียมการรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กลับเข้าสู่ประเทศ      ณ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศนั้น ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชา ยังคงควบคุมตัวไม่ปล่อยตัวกลับ เป็นวันที่ 3

 

ส่วนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวันนี้มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เพิ่มเติมจำนวน 4 นาย สรุปยอดกำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 – ปัจจุบัน บาดเจ็บ 48 นาย และเสียชีวิต 3 นาย ประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ จำนวน 43 ศูนย์ รวม 21,903 คน

 

ขอบคุณถาะ กองทัพภาคที่ 2

 

#สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สู้รบไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ข่าวจริง #Thefacts #Facts #fact  #กองทัพภาคที่2 #กองทัพภาคที่1


SHARE THIS