ตรึงเครียด ชายแดนไทย-กัมพูชา สั่งระงับเข้า-ออก 2 จุดผ่านแดนแล้ว
สั่งระงับ นักท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา เดินทางผ่านเข้า-ออก จุดผ่านแดนถาวร ‘โป่งน้ำร้อน -คลองใหญ่’ ด้านกองทัพบกมอบอำนาจ ผบ.กองกำลังบูรพา–สุรนารี ควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนไทย–กัมพูชา ด้านภูมิธรรมย้ำ 4 จุดยืนไทยไม่ถอยหลัง ปมชายแดนกัมพูชา
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ได้มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลายเหตุการณ์ โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ที่บริเวณอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดน
รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ
นายภูมิธรรมระบุว่า หลังการหารือ มีข้อมูลบางส่วนที่เผยแพร่สู่สาธารณะซึ่งคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในที่ประชุม พร้อมแสดงความเสียใจที่ข้อเสนอเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพถูกปฏิเสธ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชากลับเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้า ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการความมั่นคงเช่นกัน
ในแถลงการณ์ดังกล่าว นายภูมิธรรมได้แสดงจุดยืนของไทยอย่างชัดเจน 4 ข้อ ได้แก่
- ไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และพร้อมปกป้องผืนแผ่นดินอย่างสุดกำลัง
- ยืนยันการสนับสนุนกองทัพ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานแนวชายแดน โดยทุกการดำเนินการจะคำนึงถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสำคัญ
- ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก (ICJ) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และย้ำว่าจะยึดกระบวนการเจรจาทวิภาคีตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และการประชุม JBC เป็นช่องทางหลักในการแก้ไขปัญหา
- ขอให้ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังกลับสู่ที่ตั้งเดิมตามสถานะในปี 2567 เพื่อลดความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็น
ทั้งนี้ ไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำใดที่เป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และรัฐบาลรวมถึงกองทัพไทยจะปกป้องดินแดนของชาติอย่างถึงที่สุด พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนสันติวิธีโดยไม่ลดทอนศักดิ์ศรีของประเทศ

สั่งควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนไทย–กัมพูชา
ต่อมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี มีอำนาจในการควบคุมจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยคำสั่งดังกล่าวให้อำนาจแก่ทั้งสองกองกำลัง พิจารณาเปิดหรือปิดจุดผ่านแดน รวมถึงกำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ในพื้นที่ โดยต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและสอดคล้องกับระดับความตึงเครียดในแต่ละจุด
มาตรการนี้มีผลสืบเนื่องจากมติของที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่มอบหมายให้กองทัพบกเป็นหน่วยหลักในการควบคุมจุดผ่านแดนทุกประเภท เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด
พลตรี วินธัยระบุว่า การออกคำสั่งนี้มีความจำเป็นจากสถานการณ์ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชามีการรุกล้ำแนวชายแดนไทยหลายครั้ง รวมถึงการแสดงท่าทีที่เป็นภัยต่ออธิปไตยของไทย แม้ฝ่ายไทยจะพยายามใช้แนวทางสันติวิธีและการเจรจา แต่กลับพบว่ากัมพูชายังคงเสริมกำลังและจัดตั้งฐานทหารใกล้ชายแดน สร้างความไม่มั่นคงในพื้นที่ ซึ่งประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดทั้งหมดของคำสั่งได้ผ่านช่องทางทางการของกองทัพบกที่เว็บไซต์ www.rta.mi.th

ระงับเข้า-ออก จุดผ่านแดน ‘โป่งน้ำร้อน -คลองใหญ่’
นาวาเอก นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ลงนามในหนังสือราชการด่วนที่สุด แจ้งไปยังผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เรื่อง ขอระงับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวกัมพูชา เดินทางผ่านเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรฯ
ตามประกาศพระบรมราชโองการ ให้เลิกใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 แห่ง ประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2550 และให้ใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2550 จังหวัดจันทบุรี เฉพาะอำเภอขลุง อำเภอโป้งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว และตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2547 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติดามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
เนื่องจากปัจจุบันมีสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามจากประเทศกัมพูชา และอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และประชาชนชาวกัมพูชา อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2547 ขอให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการตามที่เคยปฏิบัติมา
นอกจากนี้ ขอให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ระงับนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางผ่านออกไปยังประเทศกัมพูชา และระงับนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา เดินผ่านเข้ามายังประเทศไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดจันทบุรี เป็นการชั่วคราว (ยกเว้นแรงงานชาวกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยให้การค้าขายระหว่างประเทศเป็นไปตามปกติ) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ขอบคุณภาพ วิกิพีเดีย
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวจริง #แถลงการณ์ภูมิธรรม #ปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา #thefacts #facts #fact #ระงับเข้าออกไทยกัมพูชา

