ไทยไม่ยกระดับ ฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่ออันตราย-กลุ่มเสี่ยงไม่พบติดเชื้อ
กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ยกระดับฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่ออันตราย ชี้ไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ขณะที่ผลตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสูง 27 ราย ที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อชาวไนจีเรีย มีผลเป็นลบทั้งหมด
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีมติยังไม่ยกระดับโรคฝีดาษวานร ให้เป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากไม่เข้านิยาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ที่ต้องมีอาการรุนแรง ดังนั้นจึงให้โรคฝีดาษวานรคงสถานะเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังต่อไป ส่วนการรักษาได้มีการมอบหมายกรมการแพทย์ ทำแนวทางการรักษาให้ชัดเจนเพื่อรองรับกรณีมีผู้ป่วยมากขึ้น
นอกจากนี้ ประชุมคณะกรรมการวิชาการเห็นด้วยกับการการดำเนินงานของ สธ.ที่มีการยกระดับศูนย์ EOC จากระดับกรม เป็นระดับกระทรวง และมีคำแนะนำในเรื่องของการเฝ้าระวัง และให้มีการคัดกรองให้ครอบคลุมทุกกลุ่มครบถ้วน พร้อมยืนยันระบบสุขภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุขประเทศไทย สามารถรองรับโรคฝีดาษวานรได้ภายใต้ศักยภาพที่มีอยู่.
ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจหาเชื้อโรคฝีดาษวานร ในกลุ่มเสี่ยงสูง 27 รายที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อชาวไนจีเรีย โดยผลตรวจ 27 รายออกมาเป็นลบ ส่วนการตรวจสิ่งแวดล้อม อาทิ ลูกบิดประตู ผ้าปูต่าง ๆ นั้นพบผลเป็นบวก แต่ยังบอกไม่ได้ว่า ที่เจอบวกนั้นสามารถแพร่เชื่อต่อได้หรือไม่
“พร้อมย้ำการติดเชื้อต้องมีความใกล้ชิดกันมาก ๆ ส่วนการสัมผัสต่าง ๆ นั้น โดยปกติ ผิวหนังคนเราจะมีมาตรการป้องกันเชื้อเข้าสู่ร่างกายอยู่แล้ว ยกเว้นว่า บริเวณผิวหนังมีบาดแผล แต่มาตรการใช้ป้องกันโรคโควิด-19 นั้น สามารถป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ ทั้งการล้างมือด้วยสบู่ และสเปรย์แอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง”

