20 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » รมช.สาธิต คาดติดโควิดวันละ 3 หมื่น ศบค.เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน

รมช.สาธิต คาดติดโควิดวันละ 3 หมื่น ศบค.เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน

SHARE THIS

รมช.สาธารณสุข ประเมินตัวเลข ยอดคนติดเชื้อโควิด วันละ 3 หมื่นคน แต่ยันส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ศบค.ไฟเขียวต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน

 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ชี้แจงช่วงกระทู้ถามสดต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในการประชุมรัฐสภาว่า  ยอมรับว่าทิศทางการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น แต่จะมีตัวเลขเท่าไรนั้น สาธารณสุขมีตัวเลข แต่การรายงานข้อมูลนั้นเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยตัวเลขจากการรายงานของกรมควบคุมโรค ที่บันทึกในรายการผู้ที่ติดเชื้อและรักษาตัวที่บ้าน รวมถึงการรักษาที่หน่วยบริการสถานพยาบาล แบบเจอ แจก จบ  ภาพรวมกรติดเชื้อ อยู่ที่ 2.7แสนคน ส่วนข้อมูลรายวัน ตามที่ตนตรวจสอบกับ สปสช. ล่าสุด เมื่อวันที่  4 กรกฏาคม คือ จำนวน 1หมื่นคน ดังนั้นเมื่อประมาณจากลงทะเบียน คาดว่าจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ วันละ 3หมื่นคน

 

“ยอดติดเชื้อทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นการกลายพันธุ์ของไวรัส BA.4-BA.5 เช่นเดียวกับไทย แต่พบว่าไม่มีอาการรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ ดูได้จากผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจ มีประมาณ  327 รายไม่เพิ่มขึ้น และไม่ป่วยรุนแรง สำหรับอัตราครองเตียงมีพื้นที่รองรับได้  สามารถดูแลได้พร้อมกับ ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเศรษฐกิจควบคู่กันไปได้ ส่วนอัตราผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศยังมีไม่เยอะเท่ากับคนไทยติดเอง ดังนั้นจึงรณรงค์ให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ปิด และแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มกระตุ้นด้วย  ซึ่งสามารถป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้”

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  โดยสรุปว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร เป็นครั้งที่ 19 ออกไปอีก 2 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย.2565 โดยการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันโรคและรักษาชีวิตประชาชน ส่วนในเรื่องอื่นๆไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  และไม่ได้ทำเพื่อจำกัดเสรีภาพ

 

นอกจากนี้  ศบค.เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมรับมือการระบาดและเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการหลังการระบาด  และเห็นชอบหลักการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้เกินกว่าร้อยละ 60 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง 608 และมอบให้สาธารณสุขจัดระบบการเข้าถึงยาต้านไวรัสให้สะดวก และเข้าถึงง่าย

 

 


SHARE THIS