20 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » มารู้จัก “แบคทีเรียกินเนื้อ”ที่ระบาดในญี่ปุ่น อันตรายแค่ไหน-ป้องกันอย่างไร

มารู้จัก “แบคทีเรียกินเนื้อ”ที่ระบาดในญี่ปุ่น อันตรายแค่ไหน-ป้องกันอย่างไร

SHARE THIS

กรมควบคุมโรค เฝ้าติดตาม โรคแบคทีเรียกินเนื้อ ที่ระบาดในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ย้ำไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ ในไทยยังไม่ระบาด และสถิติที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต

 

จากกรณีประเทศญี่ปุ่น ออกคำเตือนประชาชน พบจำนวนคนติดเชื้อแบคทีเรียอันตราย ก่อให้เกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อ หรือ สเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ เพิ่มสูงขึ้นโดยพบคนติดเชื้อในกรุงโตเกียวแล้ว 88 ราย สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าเชื้อโรคดังกล่าว จะลามมาถึงประเทศไทยแล้วหรือไม่

 

ด้านแพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า  ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ไม่ใช่เชื้ออุบัติใหม่ เป็นเชื้อก่อโรคที่มีมานานแล้ว และมีหลายสายพันธุ์ ก่อให้เกิดอาการแสดงของโรคได้หลายรูปแบบตั้งแต่อาการน้อยไปจนถึงมาก และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ โดยหนึ่งในอาการแสดงของโรค ที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังของไทย เรียกว่า “โรคไข้อีดำอีแดง หรือ Scarlet fever”

 

โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ”สเตรปโตคอคคัส ชนิดเอ” ทำให้เกิดการติดเชื้อของคอหอย ต่อมทอนซิล และระบบทางเดินหายใจ เกิดได้ทุกช่วงอายุ แต่มักเป็นในเด็กวัยเรียน โรคนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยการใกล้ชิดและหายใจรับละอองฝอยของเสมหะ น้ำมูก น้ำลายที่มีเชื้อ หรือละอองเชื้อโรคสัมผัสกับตา จมูก ปาก หรือ สัมผัสผ่านมือ สิ่งของเครื่องใช้ เช่น จาน ชาม แก้วน้ำ เป็นต้น

 

อาการที่พบ และการป้องกัน

  • เจ็บคอ ปวดศีรษะ เป็นไข้
  • มีผื่นนูนสากๆตามร่างกาย (จากเชื้อสร้างสารพิษ) สัมผัสแล้วมีลักษณะคล้ายกระดาษทราย
  • กลุ่มเสี่ยงของโรค เป็นเด็กวัยเรียนอายุ 5-15 ปี เช่น เด็กนักเรียนในโรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก ฯลฯ หรือคนที่สัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย
  • จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2562 ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2567 พบผู้ป่วย 4,989 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต สำหรับในปีนี้ 2567 ยังไม่พบรายงานผู้ป่วย โดยส่วนน้อยอาจมีอาการรุนแรง
  • การติดเชื้อนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ดังนั้นการไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค รวมถึงการแยกโรคได้อย่างถูกต้อง จะช่วยลดการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างได้

 

แพทย์หญิงจุไรกล่าวต่อว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดหลักของเชื้อนี้เป็นทางระบบทางเดินหายใจ และการติดเชื้อนี้พบได้ทุกช่วงอายุ ดังนั้นมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 จึงสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อนี้เช่นกัน การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก นอกจากนี้ขอให้ทุกโรงเรียนเน้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ด้วยการรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยังคงติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อเสตรปโตคอคคัส ชนิดเอ ในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำประชาชน หากมีไข้ เจ็บคอ ร่วมกับมีผื่นสากนูน หรือตุ่มหนองที่ผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัย รักษา และแยกโรคอย่างถูกต้อง การเดินทางไปต่างประเทศ ยังคงต้องรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

 

#แบคทีเรียกินเนื้อ #สเตรปโตคอคคัส #โรคระบาดญี่ปุ่น #อีดำอีแดง #กรมควบคุมโรค #อาการโรคแบคทีเรียกินเนื้อ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 


SHARE THIS