ผักสด-ค่าไฟถูกลง ฉุดเงินเฟ้อครึ่งปีแรก 0% ชี้ครึ่งปีหลังทะยาน
พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อ ครึ่งปีแรก เสมอตัว 0% หลังผักสด ค่าไฟชะลอตัว คาดทั้งปี 0-1% ค่ากลาง 0.5% เหมือนเดิม
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน มิ.ย.67 เท่ากับ 108.50 เทียบกับเดือน มิ.ย.66 เพิ่มขึ้น 0.62% บวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แต่สูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยปัจจัยสำคัญมาจาก ผลกระทบจากฐานค่ากระแสไฟฟ้าเริ่มคงที่ ประกอบกับราคาสินค้ากลุ่มอาหารสดสูงขึ้นแบบชะลอตัว เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก หลังจากสิ้นสุดช่วงสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้เงินเฟ้อรวม 6 เดือนของปี 67 (ม.ค.-มิ.ย.) เท่ากับ 0%
สำหรับแนวโน้มเฟ้อทั่วไปไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 2 ปี 67 โดยปัจจัยที่ยังทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าภาคครัวเรือนอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้าตามมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อภาคการเกษตรมากขึ้น หลังจากสิ้นสุดช่วงอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ปริมาณผลผลิตและราคาสินค้าภาคการเกษตรปรับเข้าสู่ระดับปกติ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกรายใหญ่ รวมทั้งการค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ตามสภาวะที่มีการแข่งขันสูง
แต่ก็ต้องจับตาปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น อาทิ ราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ กำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มอ่อนค่ากว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน และความไม่แน่นอนจากผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 67 อยู่ระหว่าง 0.0–1.0% ค่ากลาง 0.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนอีกครั้ง ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน มิ.ย.67 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก ลดลง 0.01% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.2567 และเพิ่มขึ้น 0.36% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.2566 เฉลี่ย 6 เดือน ปี 2567 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.41%
สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.67 ที่เพิ่มขึ้น 0.62% มาจากการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.48% โดยสินค้าสำคัญที่สูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง กลุ่มอาหารสด อาทิ ไข่ไก่ ผลไม้สด มะม่วง ทุเรียน กล้วยน้ำว้า แตงโม กล้วยหอม องุ่น สับปะรด และผักสด มะเขือเทศ ขิง ฟักทอง พริกสด ต้นหอม บวบ ผักบุ้ง มะเขือ ผักชี กลุ่มอาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำหวาน กาแฟ และกลุ่มเครื่องประกอบอาหาร น้ำตาลทราย กะทิสำเร็จรูป น้ำพริกแกง ส่วนสินค้าราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร มะนาว ปลาทู น้ำมันพืช ไก่ย่าง ส้มเขียวหวาน หัวหอมแดง และกระเทียม เป็นต้น
ด้านหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.71% จากการสูงขึ้นของกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน กลุ่มค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล แป้งทาผิวกาย ยาสีฟัน ค่าแต่งผมสตรีและบุรุษ กระดาษชำระ และกลุ่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ สำหรับสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาซักแห้ง เสื้อยืดบุรุษและสตรี และเสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี เป็นต้น

