21 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ปลัดคลัง แจงดราม่า กยศ.ทุกประเด็น ชี้ยอดหนี้ไม่ตรงกันเพราะอะไร

ปลัดคลัง แจงดราม่า กยศ.ทุกประเด็น ชี้ยอดหนี้ไม่ตรงกันเพราะอะไร

SHARE THIS

ปลัดคลัง แจงดราม่า กยศ. เปิดปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ได้ทำให้หนี้สูงขึ้น ชี้ช่วยคนหนี้ลดลง 3.5 ล้านราย 4 หมื่นล้าน ได้เงินคืน 2.6 แสนคน ยอมรับที่ผ่านมารับมีปัญหา แอพ กับเว็บข้อมูลไม่ตรงกันทำคนเข้าใจผิด แนะให้อัปเดตดูผ่านเว็บ เร่งปรับโครงสร้างหนี้ด่วน

 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยการดำเนินงานของกองทุนผู้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า ยืนยันว่าการใช้กฎหมาย พ.ร.บ. กองทุนกู้ยืมฯ ฉบับใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ปี 66 เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ และช่วยทำให้หนี้ของผู้กู้ยืมลดลงได้จริง ไม่ได้ทำให้หนี้สูงขึ้นอย่างที่บางคนเข้าใจผิด เพราะกฎหมายใหม่มีการปรับสูตรคำนวณหนี้ใหม่ ลดเบี้ยปรับ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้กู้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ได้ ทำให้ยอดหนี้ลดลง ผ่อนได้ยาวขึ้น และผ่อนชำระต่อเดือนน้อยกว่าเดิม ที่สำคัญยังทำให้ผู้ค้ำประกัน หลุดพ้นจากการรับผิดชอบในการค้ำอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อ 30 ก.ย.67 ทาง กยศ.ได้คำนวณยอดหนี้ของผู้กู้ตามกฎหมายฉบับใหม่ ที่มีการตัดเงินต้นก่อน ตามด้วยดอกเบี้ย และเบี้ยปรับทั้งหมด 3.8 ล้านบัญชี พบว่ามีกลุ่มคนที่ผ่อนเกินจะได้เงินคืนถึง 2.86 แสนบัญชี วงเงิน 3,399 ล้านบาท กลุ่มที่มียอดหนี้ลดลง 3.54 ล้านบัญชี ยอดหนี้ลดลง 46,225 ล้านบาท กลุ่มมีหนี้เท่าเดิม 755 บัญชี และกลุ่มที่สามารถปิดบัญชีได้ 80 บัญชี ซึ่งจากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายใหม่ทำให้ผู้กู้ยืมได้ประโยชน์จริง

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายอมรับว่ามีความขัดข้องทางเทคนิคในการแสดงยอดหนี้ไม่ตรงกัน จนทำให้ผู้กู้ยืมเกิดเข้าใจผิด โดยตัวเลขยอดหนี้ที่ปรากฏในแอพพลิเคชัน กยศ คอนเน็คท์ ไม่ได้อัปเดตเป็นปัจจุบัน ทำให้ผู้กู้เห็นเป็นยอดหนี้ที่เหลือเยอะกว่าความเป็นจริง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้กู้ยืมเช็กตัวเลขยอดหนี้ล่าสุด ผ่านทางเว็บไซต์ กยศ. https://www.studentloan.or.th/ เท่านั้น ที่จะมียอดหนี้หลังการคำนวณตามสูตรใหม่เสร็จ ขณะเดียวกัน กยศ.กำลังเร่งปรับปรุงข้อมูลในแอพฯ ให้ตรงกันด้วย

 

“ปัจจุบัน คนเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ.ยังไม่เยอะจาก 3.8 ล้านบัญชี เพิ่งมีเข้ามาปรับโครงสร้างเพียง 5.98 แสนราย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้กู้ยืมเร่งเข้ามาติดต่อกับ กยศ.เพื่อเร่งปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งทำได้ทั้งแบบกระดาษ รวมถึงออนไลน์ ซึ่งจะทำให้หนี้ และการผ่อนลดลงแน่นอน”

 

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่ถูกบังคับหักบัญชี 3,000 บาทที่เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย.นั้น ขอแนะนำให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ หากดำเนินภายในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องหัก 3,000 บาททันทีในสิ้นเดือนนี้ รวมถึงเดือนถัดไปด้วย โดยปัจจุบันได้มีผู้กู้ถูกแจ้งหักเงินเดือน 5.1 แสนบัญชี แต่มีคนเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 2.5 แสนราย เหลืออยู่ 2.6 แสนรายที่ยัง และต้องถูกหักเงินเดือน 3,000 บาทอยู่

 

“ตัวอย่างจริงของลูกหนี้ที่เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ เดิมเป็นหนี้ กยศ. ถึง 279,445 บาท มีภาระผ่อนต่อเดือน 1,620 บาท และหักเพิ่มอีกเดือนละ 3,000 บาท แต่เมื่อผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยอดหนี้ใหม่เหลือเพียง 84,959 บาท ชำระต่อเดือน 480 บาทเท่านั้น โดยไม่ถูกหัก 3,000 บาทด้วย”

 

ส่วนกรณีการคืนเงินให้แก่ผู้กู้ยืมที่ชำระเกิน ภายหลังจากที่มีการคำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จสิ้น เบื้องต้น มีผู้ได้สิทธิรับเงินคืน  2.86 แสนราย คิดเป็นเงิน 3,399 ล้านบาท โดยในปี 67 ก.ย.ศ. ได้จ่ายคืนแล้ว 1,420 บัญชี คิดเป็นเงิน 44.5 ล้านบาท ส่วนปี 68 มีแผนคืนอีก 71,591 บัญชี  วงเงิน 838 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้คืนได้แล้ว 1,182 บัญชี 29 ล้านบาท สาเหตุที่คืนล่าช้า เพราะผู้กู้ยืมแจ้งขอประสงค์รับเงินคืนน้อย ล่าสุดมีแจ้งขอคืน 26,463 ราย 426 ล้านบาทเท่านั้น

 

ดังนั้นขอให้ผู้กู้ยืมเข้าไปตรวจเช็กข้อมูลชำระหนี้ที่เว็บไซต์ ซึ่ง กองทุนพร้อมจะคืนเงินให้ทันที สำหรับแนวทางในการติดตามทวงหนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่ช่วงโควิดมา กยศ.ยังไม่มีการฟ้องหรือบังคับคดี ยกเว้นคดีที่ใกล้หมดอายุความเท่านั้น

 

#กยศ #ปรับโครงสร้างหนี้กยศ #ลูกหนี้กยศ #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS