19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » บัญชีกลาง รื้อระเบียบจัดซื้อป้องกันฮั้ว-ทุจริต ช่วย SME-MIT

บัญชีกลาง รื้อระเบียบจัดซื้อป้องกันฮั้ว-ทุจริต ช่วย SME-MIT

SHARE THIS

 

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผยว่า คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้ปรับปรุงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 845  ลงวันที่ 31 ส.ค.64 ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการสมยอมกันในการเสนอราคา การลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งลดความผิดพลาดในการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยได้ยกเลิกแนวทางปฏิบัติดังกล่าว รวมทั้งยกเว้นการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

 

  • เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้ยกเลิกการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณที่ตรงกับการขึ้นทะเบียนสินค้าหรืองานบริการที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)  กำหนด และยกเลิกการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างกับเอสเอ็มอี ในพื้นที่ที่จังหวัดของหน่วยงานของรัฐตั้งอยู่ก่อนโดยวิธีคัดเลือก หากพัสดุที่หน่วยงานของรัฐต้องการจัดซื้อจัดจ้างนั้นมี เอสเอ็มอีขึ้นทะเบียนไว้ครบตั้งแต่ 6 รายขึ้นไป  ส่วนกรณีให้แต้มต่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการทั่วไปได้ไม่เกิน 10% ของราคาต่ำสุดของผู้ประกอบการที่ไม่เป็นเอสเอ็มอี ยังคงเดิม

 

  • เงื่อนไขเกี่ยวกับสินค้า เมด อิน ไทยแลนด์ หรือเอ็มไอที สำหรับกรณีการจัดซื้อได้ยกเลิกกรณีพัสดุที่จะจัดซื้อมีผู้ประกอบการที่ได้รับเครื่องหมายเอ็มไอที จากสภาอุตสาหกรรมฯ ตั้งแต่ 6 รายขึ้นไป เปลี่ยนเป็นให้กำหนดสเป็กว่า เป็นพัสดุที่ได้รับเอ็มไอที และต้องจัดซื้อจากผู้ประกอบการที่มีเครื่องหมาย เอ็มไอที  เท่านั้น  และเพิ่มเติมเงื่อนไขใหม่ดังนี้  ให้แต้มต่อกับผู้เสนอราคาได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศที่ได้รับการรับรองเครื่องหมาย เอ็มไอทีจากสภาอุตสาหกรรมฯ สูงกว่าผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกิน 5%

 

  • กรณีใช้การพิจารณาแบบราคารวม ให้แต้มต่อกับผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้เสนอสินค้าหลายรายการรวมกันเป็นสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย เอ็มไอที จากสภาอุตสาหกรรมฯ โดยมีมูลค่าตั้งแต่ 60% ขึ้นไป ในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกิน 5% กรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลไทยหรือนิติบุคคลไทยตามกฎหมาย  ให้แต้มต่อผู้เสนอราคาที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกิน 3% ขณะที่กรณีการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท กำหนดให้กรณีวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นลำดับแรกก่อน

 

“หนังสือฉบับนี้ มีผลกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิดดิง) ที่จะประกาศเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.65 เป็นต้นไป ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก กรณีหน่วยงานของรัฐได้ส่งหนังสือเชิญชวนไปยังผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีจนถึงวันที่ 31 ม.ค.65 ให้ยกเลิกการเชิญชวนนั้นและดำเนินการใหม่ภายใต้เงื่อนไขตามหนังสือฉบับนี้”

 

 

 


SHARE THIS