2 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » บอร์ดอีวี เคาะลดภาษีรถยนต์ไฮบริด 5 ปี ดึงค่ายใหญ่ลงทุนไทยเพิ่ม

บอร์ดอีวี เคาะลดภาษีรถยนต์ไฮบริด 5 ปี ดึงค่ายใหญ่ลงทุนไทยเพิ่ม

SHARE THIS

บอร์ดอีวี เห็นชอบ ลดภาษีรถยนต์ไฮบริด 5 ปี ดึงค่ายรถยนต์ลงทุนเพิ่ม หวังแลกรายได้ภาษี 5,000-10,000 ล้านบาท ดันไทยศูนย์กลางผลิตรถไฮบริดภูมิภาค

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน สำหรับรถแบบไฮบริดให้อยู่ในระดับคงที่เป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 71-75 ซึ่งต่างจากเดิมที่ภาษีจะเพิ่มขึ้น 2% ในทุก 2 ปี

 

สำหรับมาตรการนี้คาดว่าจะมีค่ายรถยนต์สนใจเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5 ราย สร้างเม็ดเงินลงทุนในช่วง 4 ปี ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท และจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รักษาและต่อยอดฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยและเพิ่มความเข้มแข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ครบวงจรระดับโลก โดยปัจจุบันมีบริษัทผลิตรถยนต์ไฮบริด 7 ค่าย ที่ผลิตรถยนต์ในไทย แยกเป็นค่ายรถยนต์จากจีน 3 ราย และญี่ปุ่น 4 ราย

 

ทั้งนี้ เงื่อนไขที่บริษัทผลิตรถยนต์ไฮบริด ขอรับสิทธิจะต้องปฏิบัติตาม 4 ด้าน ได้แก่

  1. ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เกิน 120 กรัมต่อกิโลเมตร สำหรับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราภาษีสรรพสามิต 6%และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 101-120 กรัมต่อกิโลเมตร อัตราภาษีสรรพสามิต 9%
  2. ต้องมีการลงทุนจริงเพิ่มเติม โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรือบริษัทในเครือในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 67-70 ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท
  3. ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยรถยนต์ไฮบริดรุ่นที่ขอรับสิทธิ ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี69 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ตั้งแต่ปี 71 เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง 3 ชิ้น ได้แก่ แทรคชั่นมอเตอร์, รีดัคชั่น เกียร์, อินเวอร์เตอร์และชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าปานกลาง 8 ชิ้น อาทิ ระบบการจัดการแบตเตอรี่หรือบีเอ็มเอส, ระบบควบคุมการขับขี่หรือดีซียู, คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือบีอีวี, อิเล็คทริคอลเซอร์กิตเบรกเกอร์, ดีซี/ดีซี คอนเวอร์เตอร์, ชุดสายไฟแรงดันสูง, ระบบจัดการความร้อน, ระบบการเบรกเพื่อชาร์จไฟ โดยจะขึ้นกับมูลค่าการลงทุน
  4. ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในรถยนต์ไฮบริดรุ่นที่ขอรับสิทธิ อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ คือ ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูงหรือเออีบี ระบบเตือนการชนด้านหน้าของรถหรือเอฟดับบลิว ระบบการดูแลภายในช่องจราจรหรือแอลเคเอเอส ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจรหรือแอลดีดับบลิว ระบบการตรวจจับจุดบอดหรือบีเอสดี และระบบการควบคุมความเร็วของยานยนต์หรือเอซีซี

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า มาตรการนี้จะทำให้สูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี 5,000-10,000 ล้านบาท แต่จะช่วยให้ไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลางการผลิตรถไฮบริดของภูมิภาค และมีโอกาสเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมาตรการนี้ จะทำให้มีการผลิตรถไฮบริดในไทยมากขึ้นด้วย

 

นอกจากนี้ บอร์ดอีวียังได้รับทราบผลของมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลตามที่บีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตยานยนต์บีอีวี ประเภทต่าง ๆ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการอีวี 3 และอีวี 3.5 โดยกรมสรรพสามิต มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 24 แบรนด์ คิดเป็นจำนวนยานยนต์ทุกประเภทกว่า 1.18 แสนคัน

 

สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบบีอีวี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 67 มีจำนวน 37,679 คัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จดทะเบียน 13,634 คัน เพิ่มขึ้น 38% โดยขณะนี้มียานยนต์บีอีวี ทุกประเภทจดทะเบียนสะสมในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 183,236 คัน

 

#ลดภาษีรถไฮบริด #ลดภาษีรถยนต์ #บอร์ดอีวี #ภาษีรถไฮบริด #ข่าวจริง #Thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS