5 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » จ๊าก รัฐลุยเก็บภาษีความเค็ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว

จ๊าก รัฐลุยเก็บภาษีความเค็ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว

SHARE THIS

 

นายสุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดเผยในงานสัมมนาเพื่อการขับเคลื่อนมาตรการลดภารบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรไทยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายการรักษาสุขภาพของประชาชนที่มาจากการบริโภคความเค็มมากถึง 100,000 ล้านบาท  และมีประชากรที่เป็น 5 โรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นจากความเค็ม   ความดันโลหิตสูง 13 ล้านคน โรคไต 8 ล้านคน โรคหัวใจ 500,000 คน โรคผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง 500,000 คน เบาหวาน 4 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี 10-15%

 

ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีความเค็ม เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดบริโภคความเค็มได้  เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปัจจุบันแต่ละซองมีปริมาณความเค็มผสม 700-3,000 มิลลิกรัมต่อซอง  หากเกิน 1,000 มิลลิกรัมก็ถือว่าอันตราต่อสุขภาพแล้ว  จึงอยากเสนอให้ปรับขึ้นบะหมี่ที่มีความเค็มเกิน 1,800 มิลลิกรัม ซึ่งมีปริมาณ 15% ของทั้งตลาด เช่นหากขึ้นภาษี 50 สตางค์ ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 6 บาท เป็น 7 บาท  รวมถึงอาจพิจารณาเก็บภาษีขนมคบเคี้ยว

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง  กล่าวว่า  คลังอยู่ระหว่างศึกษาจัดเก็บภาษีความเค็ม เพื่อให้คนไทยลดการบริโภคเกลือลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมาตรการทางภาษี ไม่ได้เป็นมาตรการหลัก และไม่ได้มุ่งหวังการจัดเก็บรายได้เพิ่ม แต่เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน และสร้างความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนลดการบริโภคเกลือด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันคนไทยบริโภคความเค็ม 3,600 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งเป้าลดเหลือ 2,800 มิลลิกรัม ภายใน 8-10 ปี   แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจัดเก็บภาษีความเค็มเป็นอัตราเท่าใด ใช้ระดับความเค็มเท่าใดเป็นเกณฑ์ เพราะอยู่ระหว่างหารือกับหลายภาคส่วน

 

นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมได้ศึกษามาตรการเก็บภาษีความเค็มไว้แล้ว แต่ได้ชะลอออกไปเนื่องจากโควิดเข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมค่อนข้างเยอะ  โดยรูปแบบการเก็บภาษีความเค็มจะเก็บแบบขั้นบันไดเหมือนกับภาษีความหวาน เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการได้มีการปรับตัว หากเค็มมากก็เสียภาษีมาก เค็มน้อยก็เสียภาษีน้อย หากต่ำกว่าเกณฑ์ก็จะไม่เสียภาษีเลย  โดยมีสินค้าเป้าหมายถูกเก็บ 4 กลุ่ม ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง เย็น ขนมขบเคี้ยว และซอสปรุงรส แต่จะไม่เก็บภาษีเกลือ และผงชูรส

 

อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีความเค็มจะต้องดูความพร้อมในแง่มาตรการภาษีกับอุตสาหกรรม โดยจะต้องรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย คาดว่าจะใช้ได้เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวจากโควิด และต้องให้เวลาอุตสาหกรรมในการปรับตัว 6-12 เดือน เนื่องจากภาษีความเค็มจะกระทบประชาชนในวงกว้าง  ฉะนั้นจะต้องรอช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เมื่อเศรษฐกิจดีแล้ว และการใช้ภาษีความเค็มจะต้องค่อยเป็นค่อยไป

 

 


SHARE THIS