20 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ค่าไฟ-อาหารแพงดัน เงินเฟ้อปี 66 เพิ่ม1.23% แต่ ธ.ค.ลบหนักสุดใน 34 เดือน

ค่าไฟ-อาหารแพงดัน เงินเฟ้อปี 66 เพิ่ม1.23% แต่ ธ.ค.ลบหนักสุดใน 34 เดือน

SHARE THIS

เงินเฟ้อปี 66 บวก 1.23% จากค่าไฟ และราคาอาหารสูงขึ้น  แต่เดือนธ.ค.ติดลบสุดใน 34 เดือน  คาดเดือนหน้าเงินเฟ้อติดลบต่อ ส่วนทั้งปียังบวก 0.7%

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อของไทยเดือน ธ.ค.66 อยู่ที่ 106.96 ลดลง 0.83% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำสุดในรอบ 34 เดือน นับตั้งแต่เดือนมี.ค.64 ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปตลอดทั้งปี 66 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.23% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน เดือน ธ.ค.66 อยู่ที่ 104.58 เพิ่มขึ้น 0.58% จากปีก่อน ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.27%

 

“การที่เงินเฟ้อยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3  มีปัจจัยมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ตามนโยบายลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของรัฐบาล รวมทั้งเนื้อสัตว์และเครื่องประกอบอาหารที่ลดลง นอกจากนี้ ผักสดราคาลดลงค่อนข้างมาก สำหรับสินค้าและบริการอื่นๆ ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ โดยตลอดทั้งเดือนนี้มีราคาสินค้าและบริการ 430 รายการ ปรับเพิ่มขึ้น 274 รายการ คงที่ 49 รายการ และปรับลดลง 107 รายการ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกยังคงสูงขึ้น”

 

สำหรับราคาสินค้าและบริการ หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.00% ตามการลดลงของค่าไฟฟ้า  สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด  การขนส่ง และการสื่อสาร  เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าอนามัย สบู่ถูตัว  สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ แป้งทาผิวกาย น้ำยาระงับกลิ่นกาย อาหารสัตว์เลี้ยง  บุหรี่ สุรา และเบียร์  ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ลดลง 0.63% ตามการลดลงของเนื้อสัตว์  ผักสด  เครื่องประกอบอาหาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส ส่วนสินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว ผลไม้สด

 

 

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 66 อยู่ที่ 1.23% เป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 1.0-1.7%  โดยมีสาเหตุหลักจากการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มอาหารสด ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่ ผักและผลไม้  และพืชผักบางชนิดเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก นอกจากนี้ อาหารสำเร็จรูปมีการปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยตามราคาวัตถุดิบ รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้ายังอยู่ระดับสูงกว่าปี 65 อย่างไรก็ตาม มีสินค้าราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร น้ำมันพืช

 

ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปปี67 จะอยู่ในระดับต่ำมีกรอบเงินเฟ้อปี 67 ติดลบ 0.3% ถึง 1.7% ค่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7%  โดยเดือนม.ค.67 มีโอกาสติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่เป็นการหดตัวจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าก๊าซหุงต้ม  ยังไม่อยู่ในจุดที่เกิดภาวะเงินฝืด แต่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่  มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล และตรึงค่ากระแสไฟฟ้า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ผลกระทบจากเอลนีโญมีแนวโน้มลดลง และมาตรการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ เพื่อรองรับมาตรการลดหย่อนภาษี อีซี อี-รีซีฟท์ ส่วนปัจจัยที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เช่น การท่องเที่ยวที่ส่งผลให้สินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความขัดแย้งในภูมิภาค อาทิ การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง

 

#เงินเฟ้อ #เงินเฟ้อปี66 #เงินเฟ้อเดือนธันวา #เงินฝืด #พูนพงษ์ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 


SHARE THIS