19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ไฟเขียว แพ็กเกจรถ EV ให้เงินอุดหนุน 70,000-150,000 บ.พ่วงลดภาษี

ไฟเขียว แพ็กเกจรถ EV ให้เงินอุดหนุน 70,000-150,000 บ.พ่วงลดภาษี

SHARE THIS

 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม. มีมติ รับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ ของยานยนต์ทุกประเภท เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้นปี 65 – 68

 

ทั้งนี้ ช่วง 2 ปีแรก (ปี 65 – 66) มาตรการสนับสนุนฯ จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) และกรณีรถยนต์/รถยนต์กระบะ/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ (CKD) ผ่านการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า ลดอัตราภาษีสรรพสามิต และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของผู้ประกอบการในไทย

 

ส่วนช่วง 2 ปีถัดไป (ปี 67 – 68) มาตรการสนับสนุนฯ จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก โดยยกเลิกการยกเว้น/ลดอากรนำเข้า รถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต และ/หรือให้ เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป เพื่อทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าสูงกว่ารถยนต์/ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รองรับแนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น ลดการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งจะเป็นการสนับสนุนการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

 

ทั้งนี้ มีรายละเอียดมาตรการสนับสนุน ดังนี้

 

  1. รถยนต์ ราคาขายปลีกไม่เกิน 2 ล้าน แต่ต้องผลิตและประกอบในประเทศไทย

– สิทธิประโยชน์ลดอากรนำเข้าสูงสุด 40% (ในปี 65-66)

– ลดภาษีสรรพสามิตรถจาก 8% เป็น 2% และรถกระบะเป็น 0%

– ให้เงินอุดหนุน (ในปี 65-68) 70,000 บาทต่อคัน แต่แบตเตอรี่ต้องต่ำกว่า 30 kWh

– ให้เงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคันแต่แบตเตอรี่ต้องมากกว่า 30 kWh

 

  1. รถยนต์ ราคาขายปลีก 2-7 ล้าน

– ลดอากรนำเข้าสูงสุด 20% (ในปี 65-66)

– ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์จาก 8% เป็น 2%

 

  1. รถกระบะ ราคาขายปลีกไม่เกิน 2 ล้าน

– ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์จากเป็น 0% (ในปี 65-68)

– ให้เงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคัน สำหรับแบตเตอรี่ไฟฟ้า 30 kWh เฉพาะผลิตในประเทศไทย (ในปี 65-68)

 

สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นี้ ค่ายรถยนต์ผู้ผลิตต้องผลิตรถชดเชยให้เท่ากับจำนวนที่นำเข้ารถยนต์ที่ผลิตต่างประเทศและนำเข้าทั้งคัน หรือ CBU ช่วงปี 2565-2566 ในปี 2567 (แต่ขยายเวลาได้ถึงปี 2568) โดยจะต้องผลิตในอัตราส่วน 1.5 เท่า หรือ นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน โดยผู้ใช้สิทธิ์จะผลิต Battery Electric Vehicle หรือ BEV รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถที่มีราคาขายปลีกราคา 2-7 ล้านบาทต้องผลิตรุ่นเดียวกับที่นำเข้ามา

 

  1. รถจักรยานยนต์ ราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท

– เงินอุดหนุน 18,000 บาทต่อคัน ทั้งการผลิตในประเทศ และการนำเข้า (ในปี 65-68)

 

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ โดยค่ายผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ต้องเป็นผู้ประกอบการในประเทศ ผลิตรถชดเชยในปี 2567 เท่าจำนวนนำเข้าในอัตราส่วน 1.5 เท่า หรือ นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน

 

 


SHARE THIS