ขนส่ง แนะเทคนิคขับรถลุยน้ำท่วม ระดับไหนไปต่อ หรือพอแค่นี้
กรมการขนส่งทางบก โพสต์ข้อความสำหรับการขับขี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ในพื้นที่น้ำท่วมว่า น้ำระดับไหนไปต่อได้ หรือพอแค่นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ ขับขี่ปลอดภัย by DLT โดยกรมการขนส่งทางบก ได้โพสต์ข้อความสำหรับการขับขี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ในพื้นที่น้ำท่วมว่า โดยระบุว่า เมื่อมีโอกาสพบกับสถานการณ์ #ขับรถลุยน้ำท่วม แบบไม่ทันตั้งตัว ผู้ขับรถควรประเมินความสูงของระดับน้ำขังก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัย จึงขอนำ ‘น้ำท่วมระดับไหน ไม่ควรขับรถลุย’ มาฝากกัน
- ระดับน้ำ 5-10 ซม.
ขับผ่านได้ทุกคัน แต่ยังต้องมีสติ ระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วสูง อาจทำให้สูญเสียการควบคุมได้ เพราะถนนลื่น
- ระดับน้ำ 10-20 ซม.
รถทุกประเภทยังขับผ่านไปได้ รถขนาดเล็กอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะยังมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถ
- ระดับน้ำ 20-40 ซม.
รถอีโคคาร์ต้องระวัง เพราะส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้มีความสูงจากระดับพื้น 15-17 ซม. อาจทำให้เกิดปัญหาท่อไอเสียจม แต่ยังสามารถขับลุยน้ำผ่านได้ ส่วนรถกระบะยังผ่านไปได้
- ระดับน้ำ 40-60 ซม.
รถเก๋ง รถขนาดเล็กต้องเลี่ยง รถกระบะยังฝ่าไปได้ปิดแอร์ขณะขับ ป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์ดับ ขับขี่ให้ช้าลง ลดการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหารถ จากรถคันอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์
- ระดับน้ำ 60-80 ซม.
อันตรายต่อรถทุกคัน ไม่ควรขับลุย เพราะน้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับ หยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเสียหายในระบบต่างๆ ได้ ซึ่งการขับลุยน้ำท่วมระดับนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ที่สำคัญอย่าปะทะคลื่นโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องดับกลางอากาศ
- ระดับน้ำสูงเกินกว่า 80 ซม. ควรใช้เส้นทางอื่น
ขณะที่ เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ต้องลุยน้ำ ขับขี่อย่างไรจึงจะปลอดภัย ระดับน้ำต้องสูงไม่เกิน 1 ฟุตจากพื้นถนน ห้ามท่วมถึงกรองอากาศ หรือสูงเกินท่อไอเสีย
นอกจากนี้ ยังแนะนำ 6 เทคนิค การขับรถลุยน้ำท่วม และรถไม่ดับเครื่องไม่พัง
- ปิดแอร์ เมื่อเจอน้ำท่วมขัง เพราะหากน้ำท่วมถึงตัวพัดลม พัดตีน้ำขึ้นมาโดนบริเวณห้องไฟฟ้าอาจช็อตและทำให้เครื่องยนต์ดับได้
- รักษาระยะห่างจากรถคันอื่น เพราะระบบเบรกที่แช่น้ำนานๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานต่ำลง
- ลดความเร็ว และรักษาความเร็วให้คงที่ ห้ามจอดและไม่ควรอยู่ใกล้รถคันอื่น
- ใช้เกียร์ต่ำ เพื่อประคองเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ หากเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L รถยนต์เกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1 หรือ 2
- เหยียบเบรกย้ำๆ เมื่อขับพ้นน้ำท่วม เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก
- ถึงที่หมาย อย่าเพิ่งดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องยนต์ไว้สักพัก เพื่อไล่น้ำและความชื้นที่ค้างอยู่ตามเครื่องยนต์
ทั้งนี้ ขับรถหน้าฝนเป็นประจำทุกวัน อยู่ในพื้นที่เสี่ยง มีประวัติน้ำท่วม จดจำ 6 เทคนิค รถต้องรอด ขับลุยได้สบายใจเครื่องไม่ดับ รถไม่พัง ถึงที่หมายปลอดภัยแน่นอน

