กยศ.ชี้แจงปัญหาลูกหนี้ ผ่อนแล้วแต่เงินต้นไม่ลด
สำหรับผู้กู้ยืมรายที่ 2 ได้กู้ยืมตั้งแต่ปี 2539 มียอดหนี้ 340,500 บาท และได้ชำระไปครั้งเดียวในปี 2548 จำนวน 2,000 บาท ต่อมาผู้กู้ยืมเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องในปี 2552 แต่ไม่ได้ชำระหนี้เลย จนกระทั่งปี 2561 ผู้กู้ยืมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ตกลงผ่อนรายเดือนๆ ละ 6,900 บาท ซึ่งผู้กู้ยืมก็ไม่ได้ชำระหนี้อีก กยศ.จึงได้แจ้งหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง ปัจจุบันผู้กู้รายนี้มียอดเงินต้น เหลือ 338,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอีกจำนวนหนึ่ง
นายชัยณรงค์กล่าวว่า เงินที่ได้รับจากการหักเงินเดือนของลูกหนี้ทั้ง 2 ราย ได้นำมาตัดชำระเบี้ยปรับและดอกเบี้ยก่อน แต่เนื่องจากมีการค้างชำระหนี้เป็นเวลานาน จึงส่งผลให้เกิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับค้างจ่ายจำนวนมาก ทำให้ยังตัดไม่ถึงยอดหนี้เงินต้น ซึ่งกองทุนอยู่ระหว่างหาแนวทางช่วยเหลือ โดยกำลังแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 เพื่อให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้หรือแปลงหนี้ใหม่กับลูกหนี้ตามคำพิพากษาของกองทุนได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมสามารถตกลงผ่อนชำระหนี้ให้แก่กองทุน ในจำนวนและระยะเวลาที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต”
นอกจากนี้ ที่ผ่านมากองทุนได้กำหนดเงื่อนไขผ่อนปรนการชำระคืน โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 2 ปีหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา โดยกำหนดดอกเบี้ยเพียง 1% ของเงินต้นคงเหลือ และให้ผ่อนชำระได้ 15 ปี กำหนดอัตราผ่อนชำระเงินต้นจากน้อยไปมากแบบขั้นบันได เช่น การผ่อนชำระหนี้ 15 ปี เงินต้น 100,000 บาท ในปีแรกจะชำระเพียง 1,500 บาท หรือเดือนละ 125 บาท จนถึงปีสุดท้ายให้ผ่อนชำระ 13,000 บาท หรือเดือนละ 1,095 บาท หากมีการค้างชำระหนี้ กองทุนจะคิดเบี้ยปรับ 7.5% ของงวดที่ค้างชำระ

