26 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ไทยช่วยไทยพลัส ต่าง คนละครึ่ง อย่างไร แจก 4,000 ลงทะเบียน พ.ค.นี้

ไทยช่วยไทยพลัส ต่าง คนละครึ่ง อย่างไร แจก 4,000 ลงทะเบียน พ.ค.นี้

SHARE THIS

สรุปชัดๆ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ โฉมใหม่ ต่างจาก ‘คนละครึ่งพลัส’ อย่างไร? เช็กก่อนลงทะเบียน รับ 4,000 เดือน พ.ค. นี้ ย้ำรอบนี้รัฐเปย์เพิ่มเป็น 60% ชาวบ้านจ่ายน้อยลง

 

หลังจากรัฐบาลประกาศปรับโฉม โครงการยอดฮิตอย่าง “คนละครึ่ง” เข้าสู่ยุคใหม่ในชื่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อ แต่ยังมีการ “อัปเกรด” ไส้ในให้ตรงใจประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงขึ้น วันนี้ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง พาไปเปรียบเทียบหมัดต่อหมัดระหว่างโครงการโฉมใหม่นี้ กับ “คนละครึ่งพลัส” ในปีก่อนหน้าว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง เพื่อให้คุณเตรียมรับสิทธิได้อย่างแม่นยำ ก่อนเปิดลงทะเบียนเดือนพ.ค.นี้

 

  1. สัดส่วนการใช้จ่าย: รัฐช่วยจ่ายหนักกว่าเดิม

นี่คือจุดเปลี่ยนที่สุดของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพราะรัฐบาลเปลี่ยนกติกาจากการช่วยจ่ายคนละครึ่งแบบเดิม มาเป็นการสนับสนุนที่มากขึ้น:

  • คนละครึ่งพลัส (เดิม): ใช้เกณฑ์ 50:50 รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ประชาชนจ่ายเองอีกครึ่งหนึ่ง
  • ไทยช่วยไทยพลัส (ใหม่): ปรับสัดส่วนเป็น 60:40 โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้ถึง 60% และประชาชนสมทบเพียง 40% เท่านั้น ช่วยให้เงินในกระเป๋าของคุณเหลือมากขึ้นในการซื้อของแต่ละครั้ง

 

  1. วงเงินช่วยเหลือ: จัดเต็ม 4,000 บาท แบ่งจ่ายรายเดือน

ในแง่ของจำนวนเงินที่ได้รับ โครงการใหม่มีการเพิ่มเพดานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง:

  • คนละครึ่งพลัส: มักให้วงเงินรวมประมาณ 2,000 – 3,000 บาทต่อโครงการ และบริหารจัดการใช้เองจนจบเฟส
  • ไทยช่วยไทยพลัส: รัฐจัดสรรงบประมาณให้รวมสูงสุดถึง 4,000 บาท โดยมีความพิเศษคือการแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ต่อเนื่องนาน 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 2569) เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

 

  1. เงื่อนไขการลงทะเบียน: ใครได้-ใครพลาด?

การคัดกรองในรอบปี 2569 นี้ มีความชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน:

  • เกณฑ์อายุ: ยังคงยึดหลักเกณฑ์เดิมคือต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • กลุ่มเป้าหมาย: โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะเน้นกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ “ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน (กลุ่มถือบัตรฯ จะมีมาตรการช่วยเหลือแยกต่างหาก)
  • ช่องทาง: ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เช่นเดิม แต่สำหรับผู้ที่เคยมีสิทธิเดิมอยู่แล้ว เตรียมตัวกดยืนยันรับสิทธิ (Confirmation) ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้เลย

 

  1. เพดานการใช้จ่ายต่อวัน: ขยับเพดานรับของแพง

เพื่อให้สอดคล้องกับราคาสินค้าในตลาดปัจจุบัน โครงการโฉมใหม่มีการขยับเพดานการช่วยจ่ายรายวัน:

  • คนละครึ่งพลัส: รัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 150 – 200 บาทต่อวัน
  • ไทยช่วยไทยพลัส: กำหนดเพดานการสนับสนุนจากรัฐไว้สูงสุดที่ 200 บาทต่อวัน โดยหากวันไหนใช้สิทธิไม่หมด ยอดที่เหลือจะถูกนำไปทบรวมในยอดรวมของทั้งโครงการเพื่อให้คุณใช้ได้ครบถ้วนตามสิทธิ

 

  1. ร้านค้าที่เข้าร่วม ผนวกรวมร้านค้าธงฟ้า

หัวใจสำคัญของโครงการคือการช่วยร้านค้ารายย่อย ให้เข้าร่วมโรงการได้มากขึ้น

  • ร้านค้าเดิม: ร้านอาหาร ตลาดสด โชห่วย วินมอเตอร์ไซค์ และร้านเสริมสวยที่เคยอยู่ในโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถใช้สิทธิโครงการใหม่ได้ทันที
  • การเชื่อมโยง: โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ถูกออกแบบมาให้ระบบแอปฯ “ถุงเงิน” ของร้านค้าทำงานร่วมกับฐานข้อมูลผู้ใช้ได้ดีขึ้น โดยเปิดให้ร้านธงฟ้า ที่ปัจจุบันจะรับได้แต่บัตรสวัสดิการ ให้สามารถเข้ามารับซื้อขายสินค้าจากโครงการคนละครึ่งได้ด้วย ทำให้เม็ดเงินถึงมือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจริงๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ใช้จ่ายสะดวกขึ้น เพราะจะมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่าเดิมนับแสนแห่ง

 

สรุปสั้นๆ: โครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบนี้ “รัฐจ่ายเพิ่ม ประชาชนจ่ายน้อยลง มีร้านค้าให้เลือกซื้อเพิ่มขึ้น” แถมยังได้รับเงินรวมมากกว่าเดิม ใครที่มีแอปฯ เป๋าตังอยู่แล้ว อย่าลืมอัปเดตเวอร์ชันให้เป็นปัจจุบัน และเตรียมกดรับสิทธิในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อเริ่มใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

 

#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่ง #ลงทะเบียนไทยช่วยไทย #ลงทะเบียนคนละครึ่ง #ข่าวจริง #thefacts #fact #facts

 


SHARE THIS