ไทยช่วยไทยพลัส ต่าง คนละครึ่ง อย่างไร แจก 4,000 ลงทะเบียน พ.ค.นี้
สรุปชัดๆ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ โฉมใหม่ ต่างจาก ‘คนละครึ่งพลัส’ อย่างไร? เช็กก่อนลงทะเบียน รับ 4,000 เดือน พ.ค. นี้ ย้ำรอบนี้รัฐเปย์เพิ่มเป็น 60% ชาวบ้านจ่ายน้อยลง
หลังจากรัฐบาลประกาศปรับโฉม โครงการยอดฮิตอย่าง “คนละครึ่ง” เข้าสู่ยุคใหม่ในชื่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อ แต่ยังมีการ “อัปเกรด” ไส้ในให้ตรงใจประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงขึ้น วันนี้ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง พาไปเปรียบเทียบหมัดต่อหมัดระหว่างโครงการโฉมใหม่นี้ กับ “คนละครึ่งพลัส” ในปีก่อนหน้าว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง เพื่อให้คุณเตรียมรับสิทธิได้อย่างแม่นยำ ก่อนเปิดลงทะเบียนเดือนพ.ค.นี้
- สัดส่วนการใช้จ่าย: รัฐช่วยจ่ายหนักกว่าเดิม
นี่คือจุดเปลี่ยนที่สุดของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพราะรัฐบาลเปลี่ยนกติกาจากการช่วยจ่ายคนละครึ่งแบบเดิม มาเป็นการสนับสนุนที่มากขึ้น:
- คนละครึ่งพลัส (เดิม): ใช้เกณฑ์ 50:50 รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ประชาชนจ่ายเองอีกครึ่งหนึ่ง
- ไทยช่วยไทยพลัส (ใหม่): ปรับสัดส่วนเป็น 60:40 โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้ถึง 60% และประชาชนสมทบเพียง 40% เท่านั้น ช่วยให้เงินในกระเป๋าของคุณเหลือมากขึ้นในการซื้อของแต่ละครั้ง
- วงเงินช่วยเหลือ: จัดเต็ม 4,000 บาท แบ่งจ่ายรายเดือน
ในแง่ของจำนวนเงินที่ได้รับ โครงการใหม่มีการเพิ่มเพดานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง:
- คนละครึ่งพลัส: มักให้วงเงินรวมประมาณ 2,000 – 3,000 บาทต่อโครงการ และบริหารจัดการใช้เองจนจบเฟส
- ไทยช่วยไทยพลัส: รัฐจัดสรรงบประมาณให้รวมสูงสุดถึง 4,000 บาท โดยมีความพิเศษคือการแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ต่อเนื่องนาน 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 2569) เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน
- เงื่อนไขการลงทะเบียน: ใครได้-ใครพลาด?
การคัดกรองในรอบปี 2569 นี้ มีความชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน:
- เกณฑ์อายุ: ยังคงยึดหลักเกณฑ์เดิมคือต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
- กลุ่มเป้าหมาย: โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะเน้นกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ “ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน (กลุ่มถือบัตรฯ จะมีมาตรการช่วยเหลือแยกต่างหาก)
- ช่องทาง: ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เช่นเดิม แต่สำหรับผู้ที่เคยมีสิทธิเดิมอยู่แล้ว เตรียมตัวกดยืนยันรับสิทธิ (Confirmation) ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้เลย
- เพดานการใช้จ่ายต่อวัน: ขยับเพดานรับของแพง
เพื่อให้สอดคล้องกับราคาสินค้าในตลาดปัจจุบัน โครงการโฉมใหม่มีการขยับเพดานการช่วยจ่ายรายวัน:
- คนละครึ่งพลัส: รัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 150 – 200 บาทต่อวัน
- ไทยช่วยไทยพลัส: กำหนดเพดานการสนับสนุนจากรัฐไว้สูงสุดที่ 200 บาทต่อวัน โดยหากวันไหนใช้สิทธิไม่หมด ยอดที่เหลือจะถูกนำไปทบรวมในยอดรวมของทั้งโครงการเพื่อให้คุณใช้ได้ครบถ้วนตามสิทธิ
- ร้านค้าที่เข้าร่วม ผนวกรวมร้านค้าธงฟ้า
หัวใจสำคัญของโครงการคือการช่วยร้านค้ารายย่อย ให้เข้าร่วมโรงการได้มากขึ้น
- ร้านค้าเดิม: ร้านอาหาร ตลาดสด โชห่วย วินมอเตอร์ไซค์ และร้านเสริมสวยที่เคยอยู่ในโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถใช้สิทธิโครงการใหม่ได้ทันที
- การเชื่อมโยง: โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ถูกออกแบบมาให้ระบบแอปฯ “ถุงเงิน” ของร้านค้าทำงานร่วมกับฐานข้อมูลผู้ใช้ได้ดีขึ้น โดยเปิดให้ร้านธงฟ้า ที่ปัจจุบันจะรับได้แต่บัตรสวัสดิการ ให้สามารถเข้ามารับซื้อขายสินค้าจากโครงการคนละครึ่งได้ด้วย ทำให้เม็ดเงินถึงมือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจริงๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ใช้จ่ายสะดวกขึ้น เพราะจะมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่าเดิมนับแสนแห่ง
สรุปสั้นๆ: โครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบนี้ “รัฐจ่ายเพิ่ม ประชาชนจ่ายน้อยลง มีร้านค้าให้เลือกซื้อเพิ่มขึ้น” แถมยังได้รับเงินรวมมากกว่าเดิม ใครที่มีแอปฯ เป๋าตังอยู่แล้ว อย่าลืมอัปเดตเวอร์ชันให้เป็นปัจจุบัน และเตรียมกดรับสิทธิในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อเริ่มใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่ง #ลงทะเบียนไทยช่วยไทย #ลงทะเบียนคนละครึ่ง #ข่าวจริง #thefacts #fact #facts

