ไขข้อข้องใจ เฟซบุ๊ค เรียกเก็บเงินจริงไหม ถ้าไม่จ่ายยังใช้งานได้เปล่า?
พาไปไขข้อข้องใจ เฟซบุ๊ค เรียกเก็บค่าใช้บริการจริงไหม ถ้าไม่จ่ายยังใช้งานเฟซบุ๊ค ได้เหมือนเดิมหรือเปล่า
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลก โซเชียลมีเดียทันที หลังจากเจ้าของเฟซบุ๊ก มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ เมตา อิงค์ บริษัทแม่ของ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีแผนที่จะเก็บค่าบริการใช้สัญลักษณ์รับรองบัญชีอย่างเป็นทางการ (Meta Verified) โดยจะคิดค่าบริการรายเดือนขั้นต่ำที่ 11.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 400 บาท ต่อ 1 บัญชี สำหรับการใช้งานบนเว็บไซต์ และ 14.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 500 บาท หากใช้งานผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสหรือแอนดรอยด์ โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้ใช้ในสหรัฐและประเทศอื่นต่อไป
ทางเฟซบุ๊คระบุว่า ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือว่า เป็นบัญชีของผู้ใช้งานที่มีตัวตนจริง และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้มากขึ้น ผู้ที่สมัครใช้บริการนี้จะได้รับเครื่องหมายรับรองที่ยืนยันว่าเจ้าของบัญชีมีตัวตนจริง และได้รับการคุ้มครองในกรณีที่มีผู้อื่นปลอมแปลงบัญชี อีกทั้งยังเข้าถึงศูนย์บริการ ช่วยเหลือลูกค้าได้โดยตรง และได้รับโอกาสในการมองเห็นบนหน้าข่าวสารมากขึ้น โดยผู้สมัครต้องส่งหลักฐาน ซึ่งก็คือบัตรประชาชนหรือบัตรระบุตัวตนอื่น ๆ ที่ออกให้โดยรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงไม่เคยเปิดให้บริการสำหรับบัญชีธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ทาง เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ได้อธิบายรายละเอียด ถึง “Meta Verified เพิ่มเติมว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อบัญชีผู้ใช้ทั่วไป เพจธุรกิจ และ/หรือเพจต่าง ๆ แต่จะเป็นเหมือนแพ็กเกจระบบสมาชิกแบบใหม่ สำหรับบัญชีครีเอเตอร์ (นักสร้างคอนเทนต์) ที่ต้องการสร้างชื่อเสียงและฐานผู้ติดตามในชุมชนได้เร็วยิ่งขึ้น โดยจะมาพร้อมกับแบดจ์ยืนยันตัวตน ซึ่งผูกบัญชีผู้ใช้กับบัตรประชาชน ช่วยปกป้องบัญชีแบบเชิงรุกยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงการสนับสนุนด้าน การดูแลบัญชีและอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
ทั้งนี้ ช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะมีการทดสอบในเบื้องต้นในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และระหว่างที่มีการทดสอบจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ สำหรับบัญชีของครีเอเตอร์บน Instagram และ Facebook ที่ได้รับการยืนยันตัวตนของบัญชีตามกฎระเบียบและเงื่อนไขก่อนหน้านี้

