เช็กขั้นตอน เปิดลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 8 ก.พ. พร้อมใช้สิทธินอกเขต
กกต. เปิดให้ลงมติแก้รัฐธรรมนูญ 8 ก.พ. นี้ พร้อมกับการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันเปิดให้ใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตถึง 3 – 5 ม.ค.69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงสาระสำคัญการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ในประเด็นคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” รวมถึงขั้นตอนในการออกเสียงประชามติและเลือกตั้ง สส.โดยมีสาระสำคัญคือ
ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติ
โดยออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นประชามติครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้แต่จะต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบเสียก่อน ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ต้องการมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง
- ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
- ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
- ครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว
คำถามประชามติ
การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ประเด็นคำถามคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง สามารถเลือกได้ 3 ช่องทางคือ
- เห็นชอบ
- ไม่เห็นชอบ
- ไม่แสดงความคิดเห็น
ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ
- การการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 และต้องดำเนินตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ ทั้งนี้การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน
ซึ่งจะมี 2 ขั้นตอนโดยตอนแรกเลือกตั้งสส.และขั้นตอนที่ 2 คือการออกเสียงประชามติ :
- ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.ก่อน เข้าคูหา เตรียมหลักฐานแสดงตน และแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อคือเลือกพรรค จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว หากไม่ประสงค์เลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็ให้กากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” และช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” สุดท้ายพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วนำไปหย่อนหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง
- ขั้นตอนที่ 1 การออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.แล้ว เป็นไปยังจุดถัดไปที่อยู่ในที่เลือกตั้งเดียวกันยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียง จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทเพียงช่องเดียว คือ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” จากนั้น ทับบัตรแล้วนำไปหย่อนบัตรประชามติลงในหีบและออกจากที่เลือกตั้ง
ขณะการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต/ประชามตินอกราชอาณาจักรและสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวันลงคะแนนพร้อมกันทั้งประเทศไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า แต่ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก็สามารถลงคะแนนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักร ขณะผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน ไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569
สำหรับขั้นตอนการขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต ประชามตินอกราชอาณาจักรและการออกเสียงสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ สามารถยื่นลงทะเบียนได้ 3 ช่องทางคือ
- ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 ในวันและเวลาราชการ
- ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2569 โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
- ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ตลอด 24 ชั่วโมงโดยระบบจะปิดอัตโนมัติในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น ตามเวลาประเทศไทย
#ประชามติ #แก้รัฐธรรมนูญ #ลงประชามติ8กุมภา #ประชามตินอกเขต #ข่าวจริง #Thefacts #Facts #fact #กกต

