31 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ส่องกฎเหล็ก-ลิสต์สินค้าต้องห้าม “ไทยช่วยไทย” ฝ่าฝืนยึดเงินคืนทันที

ส่องกฎเหล็ก-ลิสต์สินค้าต้องห้าม “ไทยช่วยไทย” ฝ่าฝืนยึดเงินคืนทันที

SHARE THIS

ส่องกฎเหล็ก ก่อนเปิดฉากใช้จ่ายจริงงวดแรก 1 มิถุนายน 2569 นี้  “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” โดยเฉพาะ “รายการสินค้าต้องห้าม” และกฎเหล็กห้ามตุกติกซื้อของออนไลน์  

.

เดอะ แฟกต์ นิวส์ (The Facts News) รายงานข้อมูลเตือนภัยเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย ก่อนที่จะเริ่มเปิดระบบให้สแกนใช้จ่ายจริงในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ร้อยละ 60 และประชาชนร่วมจ่ายร้อยละ 40 แต่การจะรับสิทธิ์นี้ได้อย่างปลอดภัย เงินไม่ถูกดึงคืน มีกฎข้อบังคับและรายการสินค้าที่ถูกขึ้นบัญชีดำไว้อย่างชัดเจน

เน้นย้ำ! กางลิสต์สินค้าต้องห้ามเด็ดขาด-ใครซื้อเสี่ยงโดนยึดเงินคืน

.

กระทรวงการคลังระบุชัดเจนว่า เม็ดเงินช่วยเหลือในโครงการนี้ต้องการให้สะพัดสู่สินค้าจำเป็น เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะ ดังนั้น จึงมีการออกกฎเหล็กห้ามนำวงเงินไปใช้จ่ายกับกลุ่มสินค้าและบริการดังต่อไปนี้:

  • ❌ สินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยทุกประเภท)
  • ❌ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด)
  • ❌ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น บุหรี่ไฟฟ้า)
  • ❌ บัตรกำนัล (Voucher) และบัตรเงินสดทุกประเภท
  • ❌ บริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
  • ❌ ธุรกิจบริการบางประเภท: เช่น ร้านเสริมสวย ร้านทำผม ร้านตัดผม และร้านนวดแผนโบราณ/นวดสปา “ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้”
  • ห้ามรับแลกเป็นเงินสด

.

หมายเหตุ: สำหรับการกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการในอนาคต ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้มีอำนาจกำหนดแต่เพียงผู้เดียว

เงื่อนไข Face-to-Face สแกนจ่ายแบบเห็นหน้า ห้ามส่งรูป-ห้ามออนไลน์

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญที่ระบบจะใช้ตรวจสอบความโปร่งใสคือ วิธีการซื้อขายและส่งมอบสินค้า ซึ่งกำหนดให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ดังนี้:

.

  • ต้องทำธุรกรรมแบบพบหน้า (Face-to-Face) เท่านั้น: ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องอยู่ต่อหน้ากันในขณะทำรายการสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งรูป QR Code ผ่านแชต หรือทำผ่านคนกลางไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ หากตรวจพบพฤติกรรมการสแกนจ่ายข้ามพื้นที่โดยไม่มีการส่งมอบสินค้าจริง ถือว่าผิดเงื่อนไขและจะถูกริบเงินคืนทันที
  • ช่วงเวลาให้บริการ: สามารถใช้สิทธิ์สแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้ตั้งแต่เวลา 00 น. – 23.00 น. ของทุกวัน
  • ข้อพึงระวังก่อนใช้สิทธิ์ครั้งแรก: ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ก่อนจะเริ่มสแกนจ่ายครั้งแรก ประชาชนจะต้องเข้าไปตรวจสอบสิทธิ์คงเหลือและกดยอมรับเงื่อนไขในระบบให้เรียบร้อย และห้ามกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้อุปสรรคต่อมาตรการของรัฐ

ส่องประเภทร้านค้าที่มีสิทธิ์ และร้านค้าที่ “ชวดสิทธิ์” เข้าร่วม

เพื่อล็อกเป้าหมายให้เม็ดเงินกระจายสู่ฐานราก ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้จะต้องเป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปที่มีสัญชาติไทย และเป็นกลุ่มดังต่อไปนี้:

  1. ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล
  2. ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล (เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตาม พ.ร.บ. สหกรณ์)
  3. ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง
  4. ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน

.

⚠️ กลุ่มร้านค้าที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ (สอบตกเกณฑ์รัฐ):

  • ต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ (เช่น ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ต่างๆ)
  • ต้องไม่เป็นร้านค้าที่ไปรับสินค้าของคนอื่นมาขายแล้วนำส่งค่าสินค้าให้เจ้าของ โดยตัวเองได้รับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้าหรือคิดจากยอดขาย (ลักษณะยี่ปั๊วหรือฝากขาย)
  • ต้องมีสถานที่ตั้งและการประกอบการที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้จริง

.

📌 เกาะติดเงื่อนไขโครงการไทยช่วยไทย พลัส รายการสินค้าต้องห้าม และวิธีการใช้สิทธิ์ที่ถูกต้อง ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:

.

#ไทยช่วยไทยพลัส #เงื่อนไขไทยช่วยไทยพลัส #สินค้าต้องห้ามไทยช่วยไทย #สินค้าต้องห้าม6040 #แอปเป๋าตัง #มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ #ลดค่าครองชีพ #ข่าวเศรษฐกิจ #TheFactsNews #ข่าวจริง

 


SHARE THIS