15 มีนาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ส่งออกสินค้าเกษตรโคม่า ข้าว ยาง มัน ผลไม้ ติดลบหนัก  

ส่งออกสินค้าเกษตรโคม่า ข้าว ยาง มัน ผลไม้ ติดลบหนัก  

SHARE THIS

ส่งออกสินค้าเกษตรโคม่า ข้าว ยาง มัน ผลไม้ ติดลบแรง 14% พาณิชย์ทำใจปีหน้าหนักแน่น ผลกระทบภาษีทรัมป์เริ่มชัดเจน

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกนำเข้าเดือนต.ค.68 มีการส่งออก 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 910,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เทียบเดือนต.ค.67 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 แต่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่เติบโตถึง 19% ส่วนการนำเข้า 32,272 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 1.032 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% ขาดดุลการค้า 3,436.9 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 121,718 ล้านบาท สำหรับยอดส่งออกช่วง 10 เดือน ปี 68 การส่งออก 282,982 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 9.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% นำเข้ามูลค่า 286,848 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 9.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% ขาดดุลการค้า 3,866 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 241,155 ล้านบาท

 

“การส่งออกที่เริ่มชะลอลงนั้น มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 5.1% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม แม้จะเพิ่ม 8.8% แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง หลังเร่งนำเข้าไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ตลาดสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ 32.9% จีน 9.3% ญี่ปุ่น 1.9% สหภาพยุโรป 27 ประเทศ 9.9% และอาเซียน 5.4% ส่วนตลาดซีแอลเอ็มวีลด 15.6% ทวีปออสเตรเลียลด 0.2% ทวีปแอฟริกา ลด 3.0% รัสเซียและกลุ่มซีไอเอสลด 5.0% ขณะที่ดุลการค้า ไทยยังคงได้ดุลการค้าสหรัฐฯ 41,332 ล้านดอลลาร์ฯ แต่ขาดดุลจีน 19,371 ล้านดอลลาร์ฯ”

 

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี 68 การส่งออกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะเติบโตชะลอลง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูป โดยคาดจะส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 25,000-26,000 ดอลลาร์ฯ ทำให้ทั้งปีนี้โตได้มากถึง 10.7-11.4% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 332,982-334,982 ล้านดอลลาร์ฯ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้โต 2-3% ส่วนเป้าหมายปี 69 สนค.อยู่ระหว่างการประเมิน แต่เบื้องต้น เห็นว่า มีสัญญาณชะลอตัวลงจากปี 68 เพราะฐานปี 68 สูง ผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯจะเห็นผลชัดเจน อีกทั้งภาพการค้าโลกชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน

 

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.1 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน  โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 14.6 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 6.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน   สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ

  • ยางพารา หดตัวร้อยละ 5 หดตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และสเปน แต่ขยายตัวในตลาดจีน เวียดนาม โรมาเนีย ฟิลิปปินส์ และสหราชอาณาจักร)
  • ข้าว หดตัวร้อยละ 6 หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ อิรัก จีน และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดโกตดิวัวร์ แทนซาเนีย แคนาดา แองโกลา และฮ่องกง)
  • อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 8 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดลิเบีย แคนาดา ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล และชิลี)
  • ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง หดตัวร้อยละ 8 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ มาเลเซีย เวียดนาม และฮ่องกง แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย สหราชอาณาจักร และแคนาดา)
  • ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 2 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน และสหรัฐฯ แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ อินเดีย เวียดนาม แอฟริกาใต้ และแคนาดา)
  • เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 8 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน กัมพูชา อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และกานา แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม เมียนมา ลาว ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย)

 

 

สินค้าเกษตรที่ขยายตัว ได้แก่

  • ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 168.9ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย เมียนมา เกาหลีใต้ และศรีลังกา)
  • ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 8.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน เมียนมา ลาว ญี่ปุ่น และเวียดนาม)
  • ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 15.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น)
  • กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 24.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้)

 

สินค้าอุตสาหกรรม

ขยายตัวร้อยละ 8.8 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 8 ขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย)
  • รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 3 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ)
  • เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 5 ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ เม็กซิโก ไอร์แลนด์ จีนและเมียนมา)
  • อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 8 ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร)
  • เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 1 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย)
  • แผงสวิตซ์และแผงควบคุมไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 2 ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และญี่ปุ่น)

 

 

สินค้าสำคัญที่หดตัว

  • เคมีภัณฑ์ หดตัวร้อยละ 0 หดตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ เวียดนาม เนเธอร์แลนด์ และลาว)
  • เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 6 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ลาว และฮ่องกง)
  • เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 6 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย จีน และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย ฮ่องกง และสหรัฐฯ)
  • เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 7 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ เยอรมนี เวียดนาม เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฮ่องกง) ทั้งนี้ 10 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 17.5

 

#ส่งออกตุลาคม #สินค้าเกษตรติดลบ #ส่งออกข้าวติดลบ #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS