รมว.คลัง สั่ง ตลท.แก้ปมร้อนหุ้น MORE “ภากร”ย้ำไม่กระทบตลาดทุน-โบรกเกอร์
อาคม สั่งตลท. อุดช่องโหว่ ปมหุ้น MORE หลังสั่งหยุดซื้อขาย 15-18 พ.ย.65 ด้าน ภากร ย้ำไม่กระทบตลาดหุ้น-โบรกเกอร์ เตรียมทำบูโรหลักทรัพย์ล้อมคอกปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศเห็นควรหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) ตั้งแต่วันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจาก MORE ได้มีการซื้อขายที่ผิดปกติไปจากช่วงก่อนหน้า
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรณีหลักทรัพย์บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ได้มีการซื้อขายที่ผิดปกติว่า ได้ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปดูแลในเรื่องดังกล่าวอยู่ ซึ่งขณะนี้ ตลท.ได้มีการหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ตั้งแต่วันที่ 15-18 พ.ย.65 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ส่วนจากการพิจารณาพบการซื้อขายที่ผิดปกติหรือไม่นั้น จะต้องให้ตลท. เข้าไปตรวจสอบในรายละเอียด ว่าส่วนไหนที่เป็นช่องโหว่ โดยจะมีผลทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบหรือไม่นั้น ก็ต้องไปดูว่าระบบและกระบวนการรัดกุมเพียงพอหรือไม่ ซึ่งตลท.จะต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้มั่นใจว่าตลาดทุนในปัจจุบันมีขนาดใหญ่ถึง 20 ล้านล้านบาท ขณะที่หุ้น MORE มีมาร์เก็ตแคปเพียงแค่หนึ่งหมื่นล้านบาท ในขณะที่การซื้อขายของหุ้นดังกล่าวมีเพียงไม่กี่พันล้านบาท ซึ่งตลาดหุ้นมีการซื้อขายวันละแสนล้านบาท การส่งมอบต่าง ๆ ทุกวันไม่มีปัญหา จึงอยากสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ส่วนกรณีที่มีการเปิดบัญชีได้ทีเดียว 20 แห่ง ตรงนี้จะเป็นขั้นตอนต่อไปที่ต้องพิจารณาเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในแนวทางที่อาจพิจารณานำมาใช้จะรวมถึงการนำบูโรของหลักทรัพย์ด้วย
ขณะที่โบรกเกอร์ สมาคมหลักทรัพย์ไทย ไม่มีปัญหาทุกอย่างปกติ อยากให้ความมั่นใจที่ทุกคนกังวลว่าโบรกเกอร์จะไม่ส่งมอบจ่ายเงินได้นั้น จะไม่มีเกิดขึ้นในระบบ
นางสาวอาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.ได้ทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ( ASCO) หรือ สมาคมโบรกเกอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่อยู่ใต้การกำกับของก.ล.ต.หรือไม่ รวมถึงเหตุการณ์มีการกระทำไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าเข้าข่ายความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

