ภาวะสงคราม ดันราคามันสำปะหลัง พุ่ง กก. 3 บาท ส่งออกโต 28%
ภาวะสงคราม ดันราคามันสำปะหลัง พุ่ง 20% ทะลุ กก. 3 บาท ส่งออกโต 28% พาณิชย์ แนะเกษตรกรอย่าเพิ่งรีบขุดออกขาย ห่วงเชื้อแป้งลดราคาตก
นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า ราคามันสำปะหลังฤดูกาลผลิตปี 64/65 ราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนพ.ค.65 หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% ราคาพุ่งไปอยู่ที่ 3.03 บาท หรือเพิ่มขึ้น 20.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลังของไทยอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย 4 เดือนแรกปี 65 (ม.ค. – เม.ย.) ไทยส่งออกมันสำปะหลังในรูปของมันเส้น มันอัดเม็ด แป้งดิบ แป้งแปรรูป และ กากมัน และสาคู ปริมาณรวม 4.6 ล้านตัน มูลค่า 54,886.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28.23% ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน 69% ญี่ปุ่น 8% อินโดนีเซีย 3% เกาหลีใต้ 2% และประเทศอื่นๆ 18%
“ปัจจัยที่ทำให้มันสำปะหลังราคาขึ้นต่อเนื่อง มาจากปริมาณความต้องการจากผู้ซื้อต่างประเทศเพิ่มขึ้น ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ทั่วโลกเพิ่มปริมาณสำรองธัญพืชเพื่อการบริโภค โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และพลังงานมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังทดแทนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตไม่เพียงพอและราคามันสำปะหลังสูงขึ้น”
นายพิทักษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเกษตรกรเร่งขุดมันสำปะหลังที่อายุไม่ถึง 8 เดือน ออกมาจำหน่ายมากขึ้น เนื่องจากราคาจูงใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับคุณภาพของผลผลิตโดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ จึงขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรอย่าเร่งขุดมันสำปะหลังก่อนครบอายุเพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและท่อนพันธุ์ที่ดีสำหรับปีการผลิตถัดไป มีผลผลิตเพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มันสำปะหลังฯ ปี 64-67 เพื่อผลักดันให้ไทยผงาดครองแชมป์ผู้ส่งออกมันสำปะหลังอันดับ 1 ของโลก โดยทุกภาคส่วนได้เร่งดำเนินงานเพื่อรองรับความต้องการของตลาดส่งออกที่สูงขึ้น อาทิ ด้านการตลาดต่างประเทศ เร่งขยายตลาดในต่างประเทศโดยมุ่งเน้นตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาเพียงตลาดเดียว เช่น ตุรกี นิวซีแลนด์ และจีนตอนใต้ ซึ่งสนใจสั่งซื้อมันสำปะหลังของไทยอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคามันสำปะหลังทั้งระบบเป็นไปตามกลไกตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อว่าไทยสามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ด้านการตลาดในประเทศ ดำเนินกิจกรรมสร้างหลักประกันให้เกษตรกรผ่านโครงการประกันรายได้ เป็นต้น

