24 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » วาเลนไทน์นี้ แนะ 4 วิธีรับมือ “โจรปล้นใจ” ลวงรักโลกออนไลน์

วาเลนไทน์นี้ แนะ 4 วิธีรับมือ “โจรปล้นใจ” ลวงรักโลกออนไลน์

SHARE THIS

 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คเพจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี – บก.ปอท.ได้ประกาศแจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบวิธี Romance Scam หรือ หลอกรักออนไลน์ ซึ่งมี 4 รูปแบบดังนี้

 

1.หลอก (หลอกลวงว่าเป็นนักธุรกิจ, มีฐานะ, แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ให้มีความน่าเชื่อถือ)

คนร้ายมักจะใช้รูปภาพของบุคคลอื่นที่ดูดี หล่อ สวย น่าเชื่อถือ มักใช้ภาพที่มีการแต่งกายดูดี ภูมิฐาน หรือภาพคนในเครื่องแบบ เช่น ทหาร แพทย์ นักธุรกิจ วิศวกร มีสถานะในโลกออนไลน์เป็นคนโสด หรืออาจเคยแต่งงานมาแล้วแต่ภรรยาเสียชีวิตหรือหย่าร้าง โดยจะแอบอ้างว่าเป็นบุคคลในรูปและใช้ข้อมูลจริงของบุคคลในรูป หรืออาจจะสร้างตัวตนใหม่ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือทำให้เหยื่อเชื่อใจจากภาพลักษณ์ที่เห็น ซึ่งส่วนใหญ่คนร้ายจะแฝงตัวอยู่ในสังคมออนไลน์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ และอาจติดต่อพูดคุยกับเหยื่อได้ทุกช่องทาง เช่นทางอีเมล เฟซบุ๊ก ไลน์ เมสเซนเจอร์ ฯลฯ

 

2.รัก (หว่านล้อมด้วยคำหวาน, ตีสนิท, ให้เชื่อใจ, ให้ความหวัง)

คนร้ายจะหลอกให้หลงรัก หลอกให้เชื่อว่ารัก หลอกให้เชื่อใจ ให้ความหวังว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป และใช้ความรักความเชื่อใจของเหยื่อในการแสวงหาประโยชน์ โดยคนที่อาจตกเป็นเหยื่อของ Romance Scam มักจะเป็นคนที่มีสถานะโสด หย่าร้าง เป็นม่าย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่น่าจะเหงาและต้องการหาเพื่อน หรืออาจเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง มีเวลาว่าง ขาดการดูแลใกล้ชิดจากบุตรหลาน หรืออาจจะเป็นสาวใหญ่ที่แสวงหารักแท้ หรืออาจจะเป็นใครก็ได้ ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นคนที่ มองโลกในแง่ดีเกินไป เชื่อคนง่าย และเปิดโอกาสให้คนที่ไม่รู้จักเข้ามาพูดคุยสร้างสัมพันธ์ได้ง่าย รวมถึงมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างอื่นด้วย เช่น ใส่ข้อมูล ประวัติส่วนตัว ภาพถ่ายของตนเอง อัพเดทเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ ไว้บนเฟซบุ๊ก หรือในเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ โดยมักตั้ง status ที่เป็นสาธารณะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็นและเลือกเหยื่อได้แล้ว ก็จะเข้ามาพูดคุยตีสนิท โดยการเล่าเรื่องราวที่แต่งขึ้นของตนเอง เช่น เป็นข้าราชการเกษียณ นักธุรกิจ หรือมหาเศรษฐี โสดหรือสมรสแล้วแต่สามีหรือภรรยาเสียชีวิตและหลอกถามข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ อาชีพ เพื่อประเมินและสังเกตจุดอ่อนของเหยื่อ หลังจากนั้นก็จะทำให้เหยื่อเชื่อใจ ทำให้รัก หลังจากนั้นก็หลอกลวงเอาผลประโยชน์จากเหยื่อนั่นเอง

 

3.ลวง (ลวงเอาทรัพย์สิน, เงิน, ผลประโยชน์)

เมื่อเหยื่อเริ่มตายใจหรือมีความสนิทสนมแล้ว จะออกกลอุบายในการหลอกลวงเอาทรัพย์สิน เช่น หลอกว่าเป็นนักธุรกิจหรือมหาเศรษฐีที่จะมาลงทุนในประเทศไทยและต้องการหาคนมาร่วมลงทุนด้วย จึงหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปช่วยหมุนในธุรกิจก่อน เหยื่อมักจะหลงเชื่อเพราะคนร้ายหลอกว่าจะให้เงินก้อนใหญ่ ผลตอบแทนสูงหลายสิบเท่า หากรีบลงทุนเสียแต่ตอนนี้ หรือหลอกว่าส่งสิ่งของมีราคาสูงมากมาให้ แต่ของติดอยู่ที่ด่านตรวจ จึงขอให้เหยื่อช่วยโอนเงินไปจ่ายก่อนเพื่อจะได้นำของออกมาให้เหยื่อได้ เหยื่อมักจะหลงเชื่อเพราะหวังว่าจะได้ในสิ่งของราคาสูงนั้นหรืออาจจะหลอกว่ามีพ่อแม่พี่น้องหรือแม้แต่ตัวเองกำลังป่วย ขอให้เหยื่อส่งเงินไปช่วยรักษา เมื่อหายแล้วจะได้เดินทางมาหา

หรือหลอกว่ากำลังเดือดร้อนต้องการใช้เงินจำนวนมากๆ เช่น ชำระหนี้ หรือไถ่ถอนที่ดินหรือบ้าน เหยื่อหลงเชื่อเพราะรัก สงสาร และหวังที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจึงยอมช่วยเหลือ โดยการหลอกทุกรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะมาพร้อมคำสัญญาว่า จะคืนเงินให้ตามจำนวนหรือมากกว่าหลายเท่า รวมทั้งสัญญาว่าจะแต่งงานมีอนาคตร่วมกัน เมื่อเหยื่อเริ่มรู้ตัวหรือสงสัยว่าอาจจะถูกหลอก คนร้ายก็หลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้แล้ว โดยคนร้ายจะปิดบัญชีออนไลน์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยการใช้ประวัติและรูปภาพปลอม ทำให้ดำเนินการติดตามตัวได้ยาก หรือถ้าติดต่อได้ก็อาจเป็นคนที่ถูกนำรูปภาพมาใช้ ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง

 

4.หลบหนี (เมื่อได้ทรัพย์สินแล้ว ก็จะหลบหนีไป)

วิธีการป้องกันจากภัยรักออนไลน์

-สติ (มีสติ เหนืออารมณ์)

-สืบ (สืบค้นทางอินเทอร์เน็ต หาข้อมูลทางโซเชียลให้มากที่สุด)

-สตางค์ (รักษาทรัพย์สินไว้ อย่าหลงเชื่อ ,อย่าโลภ วิเคราะห์ให้มาก)

-แสวงหา (เสาะหาความรู้ ข้อมูลข่าวสารอาชญากรรม เพื่อให้รู้เท่าทันอาชญากร)

 

หากตกเป็นเหยื่อ แล้วต้องทำอย่างไร

หากตกเป็นเหยื่อของ Romance Scam แล้ว ให้เก็บหลักฐานการโอนเงิน และเก็บภาพข้อความ การพูดคุยกับคนร้ายผ่านช่องทางต่างๆ เก็บชื่อบัญชี ภาพโปรไฟล์ และข้อมูลของคนร้ายไว้ให้มากที่สุด นำไปแจ้งความกับสถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดี และมีคำแนะนำเพิ่มเติม ดังนี้

  1. ให้ผู้เสียหายเตรียมเอกสารส่วนตัว และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไปด้วย
  2. กรณีเสียหายต่อชื่อเสียง ให้เตรียมหลักฐานที่พบว่ามีการกระทำความผิด เช่น หน้าจอ หน้าเว็บไซต์ หน้าโปรแกรมไลน์ โปรแกรมเฟซบุ๊ก หรือหน้าเพจที่พบการกระทำความผิด การหลอกลวง หลักฐานการโอนเงินต่างๆ พรินต์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์แล้วนำไปประกอบการแจ้งความด้วย
  3. กรณีที่เสียหายต่อทรัพย์ ให้เตรียมหลักานที่พบการกระทำความผิด การหลอกลวง พรินต์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หลักฐานการโอนเงินต่างๆ นำไปด้วย
  4. ให้ไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธร

 

 

 


SHARE THIS