2 มิถุนายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ธปท.สั่งลดค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ 19 รายการ ห้ามเอาเปรียบชาวบ้าน

ธปท.สั่งลดค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ 19 รายการ ห้ามเอาเปรียบชาวบ้าน

SHARE THIS

แบงก์ชาติออกกฎเหล็ก! รื้อค่าธรรมเนียม 4 ประเภท 19 รายการ ลดภาระประชาชน-SMEs ห้ามธนาคารเก็บเพิ่ม

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งใหญ่ ประกาศควบคุมและกำหนดมาตรฐานการเรียกเก็บค่าบริการทางการเงินเพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจ SMEs โดยออกหลักเกณฑ์ปรับลดค่าธรรมเนียมรวม 4 ประเภท 19 รายการ (ในจำนวนนี้มีรายการที่ฟรีถึง 10 รายการ) เพื่อให้การจัดเก็บสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน หลังจากพบว่าบางบริการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

 

เจาะลึกค่าธรรมเนียม 4 ประเภท ที่มีการปรับลดและควบคุม

การปรับลดค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ครอบคลุมบริการทางการเงินพื้นฐาน ดังต่อไปนี้:

 

  1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก
  • e-Statement: ขอผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ “ฟรี” ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • Statement รูปแบบกระดาษ: ย้อนหลังไม่เกิน 1 ปี เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาท
  • หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน: เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อชุด
  • ค่ารักษาบัญชีนิ่ง (Dormant Account): สำหรับบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี และมียอดเงินไม่เกิน 2,000 บาท เก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน

 

  1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์และสินเชื่อ
  • ค่าธรรมเนียมรายปีบัตร ATM พื้นฐาน: เก็บได้ไม่เกิน 150 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเดบิตพื้นฐาน: เก็บได้ไม่เกิน 200 บาท
  • การเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต: เก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 5%
  • สินเชื่อ SMEs: ควบคุมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน (Front-end fee) ไม่เกิน 5% และควบคุมค่าปรับการปิดยอดก่อนกำหนด (Prepayment fee) ไม่เกิน 3% ของยอดคงค้าง (ยกเว้นกรณีที่ผ่อนชำระไปแล้วเกินครึ่งหนึ่งของสัญญา จะไม่โดนปรับ)

 

  1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน
  • โอนเงินข้ามเขต: “ห้ามเก็บค่าธรรมเนียม” สำหรับการโอนเงินข้ามเขตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และตู้ตักเงินสด (ยกเว้นกรณีทำรายการผ่านสาขาเท่านั้น)
  • การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต: เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อรายการ
  • ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission in lieu of exchange): เก็บได้สูงสุดไม่เกิน 125% โดยจำกัดวงเงินไว้ระหว่าง 300 ถึง 2,000 บาท

 

กางไทม์ไลน์การบังคับใช้แบ่งเป็น 3 เฟส

เพื่อให้สถาบันการเงินมีระยะเวลาในการปรับปรุงระบบงาน แบงก์ชาติจึงกำหนดให้มาตรการดังกล่าวทยอยมีผลบังคับใช้ตามลำดับเฟส ดังนี้:

  • เฟสที่ 1 เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2569: บังคับใช้เกณฑ์ค่าธรรมเนียมบัญชีเงินฝากทั้งหมด (e-Statement / กระดาษ), หนังสือรับรองฐานะการเงิน, ค่ารักษาบัญชีนิ่ง, ค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากบัตรเครดิต และค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยนทั่วไป
  • เฟสที่ 2 เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2569: บังคับใช้เกณฑ์ค่าธรรมเนียมบัตร ATM และบัตรเดบิตพื้นฐาน, ธุรกรรมโอนเงินข้ามเขตผ่านตู้และช่องทางดิจิทัล, การโอนเงิน Bulk Payment และมาตรการควบคุมสินเชื่อ SMEs ทั้งหมด
  • เฟสที่ 3 เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569: บังคับใช้เพดานค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับกลุ่มบุคคลธรรมดาและกลุ่ม SMEs รวมถึงค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

 

แบงก์ชาติออกกฎเหล็ก “ห้ามเนียนขึ้นราคารายการอื่น”

ธปท. ได้ออกกำชับและสั่งห้ามไม่ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ฉวยโอกาสขึ้นค่าบริการรายการอื่น ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือออกค่าบริการใหม่มาทดแทนรายได้ส่วนที่หายไปอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่มีหลักฐานยืนยันต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจริงๆ เท่านั้น

 

นอกจากนี้ หากธนาคารใดไม่สามารถปรับปรุงระบบเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด จะต้องรับผิดชอบเยียวยาด้วยการคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินให้แก่ลูกค้าโดยทันที นับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้

 

#ข่าวการเงิน #แบงก์ชาติ #ลดค่าธรรมเนียม #ธนาคารแห่งประเทศไทย #eStatementฟรี #SMEs #ลดค่าครองชีพ #ธุรกรรมทางการเงิน

 


SHARE THIS