19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ชาวนาชีช้ำ น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง แต่ข้าวตกต่ำ พาณิชย์ช่วยรับซื้อ 1 ล้านตัน

ชาวนาชีช้ำ น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง แต่ข้าวตกต่ำ พาณิชย์ช่วยรับซื้อ 1 ล้านตัน

SHARE THIS

ชาวนา ชีช้ำ น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง แต่ข้าวถูก  บุกพาณิชย์จี้แก้ปัญหาข้าวนาปรังตกต่ำ เหลือเกวียน 6,500-7,000 ด้านค้าภายใน คลอดมาตรการรับซื้อข้าวเปลือก 1 ล้านตัน ช่วยปุ๋ยถูก

 

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาตัวแทนสมาคมชาวนาและเกษตรไทย เปิดเผย หลังได้เดินทางมากระทรวงพาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้พิจารณาช่วยเหลือแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคเกษตรกรรมเป็นการเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม นางศุภจีติดภารกิจจึงมอบหมายให้นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน  และองค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้รับมอบและร่วมประชุมรับฟังความเดือดร้อนเกษตรกรในเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งขึ้น

 

“ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนมาก เพราะประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ สวนทางกับรายจ่ายต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันราคาข้าวเปลือกความชื้น 25% อยู่ที่ตันละ 6,500 – 7,000 บาท สวนทางกับต้นทุนที่อยู่ระดับ 6,000-7,000 บาท ซึ่งเรียกว่าทำมาแล้วแทบไม่เหลืออะไร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่แพงกว่าเดิมมากจากกระสอบละ 800 บาท เพิ่มเป็น 1,100-1,200 บาท ไม่รวมต้นทุนน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นและยังหาเติมยาก ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือมากกว่านี้”

 

ทั้งนี้ สมาคมต้องการให้ขยายสิทธิ์การช่วยเหลือปุ๋ยจากครัวเรือนละ 5 กระสอบ เพิ่มเป็น 10 กระสอบ นอกจากนี้ ต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปัง ที่กำลังมีราคาแพงและขาดแคลน  โดยหลังจากยื่นหนังสือไปแล้ว หากภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจน เกษตรกรหลายจังหวัด อาจต้องยกระดับการเคลื่อนไหว หรือรวมตัวประท้วง เนื่องจากเป็นความอัดอั้นตันใจจากภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหวแล้ว”

 

นายวิทยากร กล่าวว่า กระทรวงได้ออกมาตรการด้านตลาดและการลดต้นทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ได้แก่ โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 69 จำนวน 1 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปรังทั่วประเทศ โดย อคส.จะให้โรงสีและสหกรณ์การเกษตร เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน เริ่ม 1 เม.ย.นี้ นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย

 

นอกจากนี้ ยังได้จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ในแหล่งผลิตข้าวนาปรัง โดยนำผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ารับซื้อถึงแหล่งผลิต เพื่อลดค่าขนส่ง และแก้ปัญหาบางพื้นที่ไม่มีผู้รับซื้อ โดยราคารับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน เริ่มเดือนมี.ค.-พ.ค. 69 ซึ่งขณะนี้มีจังหวัดที่ยืนยันจัดงานแล้ว 8 ครั้ง ได้แก่ ปลายเดือนมี.ค.จำนวน 2 ครั้ง จ.สิงห์บุรี และอ่างทอง ต้นเดือนเม.ย. 3 ครั้ง ในพิจิตร อยุธยา และอ่างทอง  ปลายเดือนเม.ย.จำนวน 3 ครั้ง ในพิษณุโลก น่าน และอยุธยา

 

นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับการลดต้นทุนการผลิต กรมฯ ดำเนินโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส สนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มีบัตรดินดีของกรมพัฒนาที่ดิน จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ช่วยลดต้นทุนการผลิตในช่วงฤดูเพาะปลูกโดยเฉพาะข้าวนาปีที่กำลังจะมาถึง

 

ขณะที่ข้อเรียกร้องการจัดสรรน้ำมันดีเซลเพื่อช่วยเหลือการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง กรมได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือด้านพลังงานสำหรับลดภาระต้นทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของชาวนาในช่วงวิกฤต

 

#ข้าวตกต่ำ #ราคาข้าวเปลือก #ข้าวเปลือกราคาตกต่ำ #จุดรับซื้อข้าวเปลือก #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS