24 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » คาดค่าเงินบาท สัปดาห์หน้าแตะ 37-38 บาท หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยสูงสุด 14 ปี  

คาดค่าเงินบาท สัปดาห์หน้าแตะ 37-38 บาท หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยสูงสุด 14 ปี  

SHARE THIS

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า ผันผวน 37-38 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% แตะ 3.75-4%  สูงสุดรอบ 14 ปี  

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันพุธที่ 2 พ.ย. 2565 ตามเวลาท้องถิ่น มีมติเอกฉันท์ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 3.75-4.00% นับเป็นระดับสูงที่สุดของสหรัฐตั้งแต่เดือน ม.ค. 2551 หรือในรอบกว่า 14 ปี   และยังเป็นการประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ท่ามกลางเงินเฟ้อในสหรัฐที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

 

ด้านนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แถลงว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อฉุดอัตราเงินเฟ้อลงมานั้น “ยังต้องใช้เวลา” และการต่อสู้กับเงินเฟ้อจะส่งผลให้การเติบโตของสหรัฐชะลอตัว อย่างไรก็ดี เฟดจะหารือเรื่องการผ่อนความเร็วการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้

 

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเงินบาทปรับตัวผันผวน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ซึ่งเผชิญแรงขายตามค่าเงินหยวนหลังจากข้อมูล PMI เดือนต.ค. ของจีนออกมาน่าผิดหวัง อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าในช่วงก่อนการประชุม FOMC ซึ่งตลาดมีความหวังว่า เฟดอาจเริ่มส่งสัญญาณชะลอแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงิน

 

อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกลงเกือบทั้งหมดและกลับมาอ่อนค่าหลังการประชุมเฟด ซึ่งแม้เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยไปที่ 3.75-4.00% ตามคาด แต่ท่าทีของประธานเฟดที่ยังคงกังวลเงินเฟ้อก็สะท้อนว่า เฟดจะยังไม่ยุติวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้ เงินบาทแข็งค่ากลับมาได้อีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ตามสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนเพิ่มเติม เนื่องจากตลาดยังคงรอติดตามตัวเลขตลาดแรงงานเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ

 

ส่วนแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (7-11 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 37.00-38.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเดือนต.ค. ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาค ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองของผู้บริโภคเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนต.ค. ของจีน อาทิ ตัวเลขทุนสำรองฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/65 ของอังกฤษและอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน

 

 


SHARE THIS