13 มกราคม 2026
Home » ข่าวเด่น » คนฝากยิ้ม-คนกู้แย่ เช็ก 10 ธนาคารประกาศ ขึ้นดอกเบี้ย อีกแล้ว

คนฝากยิ้ม-คนกู้แย่ เช็ก 10 ธนาคารประกาศ ขึ้นดอกเบี้ย อีกแล้ว

SHARE THIS

คนฝากยิ้ม คนกู้แย่ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้กันอีกระลอก เช็กเลย แบงก์ไหนขึ้นเท่าไรกันบ้าง

หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2% ต่อปี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ ได้ทยอยประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้กันแล้ว ซึ่งทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง ได้รวบรวมมาให้ติดตาม ดังนี้

 

ธนาคารกรุงเทพ

ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มขึ้น  มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

ดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้น 0.05-0.25% ดังนี้

  • เงินฝากสะสมทรัพย์ เป็น 0.60% ต่อปี
  • เงินฝากประจำ 3 เดือน เป็น 0.95% ต่อปี
  • เงินฝากประจำ 6 เดือน เป็น 1.05% ต่อปี
  • เงินฝากประจำ 12 เดือน เป็น 1.35% ต่อปี
  • เงินฝากประจำ 24 เดือน เป็น 1.75% ต่อปี
  • เงินฝากประจำ 36 เดือน เป็น 1.90% ต่อปี
  • เงินฝากสะสมทรัพย์ e-Saving วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท 1.50% ต่อปี และวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท 0.60% ต่อปี

ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้น 0.20%

  • อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา เป็น 6.85% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี เป็น 7.30% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี เป็น 7.05% ต่อปี

 

ธนาคารกสิกรไทย

ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล 0.05-0.25% ส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อให้สอดรับกับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น 0.20%  มีผลในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 7.02% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 7.34% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 7.05% ต่อปี

 

ธนาคารกรุงไทย

ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.05-0.25% ต่อปี และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.20% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่  6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) เพิ่มขึ้น 0.20% ต่อปี เป็น 6.80% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.20% ต่อปี เป็น 7.27% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR) เพิ่มขึ้น 0.20% ต่อปี เป็น 7.320% ต่อปี

 

ธนาคารไทยพาณิชย์

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า  ธนาคารได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้สูงขึ้น 0.05% – 0.25% ต่อปี และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อสะท้อนต้นทุนทางการเงินในระบบที่สูงขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2566 ดังนี้ 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.87% เป็น 7.05% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.60% เป็น 6.80% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.145% เป็น 7.325% ต่อปี   

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% ต่อปี เพื่อสนับสนุนวินัยการออมและเพิ่มผลตอบแทนให้กับลูกค้า และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.20-0.25% ต่อปี สอดคล้องกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2566 มีดังนี้

อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

  • เงินฝากออมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 0.05% เป็น 0.30%
  • เงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน เพิ่มขึ้น 0.10% เป็น 0.92%, 1.05% และ 1.45%
  • เงินฝากประจำ 24 เดือน เพิ่มขึ้น 0.20% เป็น 1.95%
  • เงินฝากประจำ 36 เดือน เพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 2.10%
  • เงินฝากประจำ 48 เดือน เพิ่มขึ้น 0.30% เป็น 2.25%

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

  • สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) เพิ่มขึ้น 0.20% เป็น 7.03%
  • สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.20% เป็น 7.325%
  • สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 7.15%

 

ทีทีบี

ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ทั้งลูกค้าบุคคล และนิติบุคคล  โดยเน้นส่งเสริมให้ลูกค้าออมเงินเพิ่มมากขึ้นผ่านบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงที่หลากหลาย รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อด้วยโซลูชันรวบหนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2566 ดังนี้ 

สำหรับลูกค้าบุคคล

  • บัญชีเงินฝากประจำทั่วไป ทีทีบี ประเภท 36 เดือน เพื่อการออมระยะยาว ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.50% เป็น 2.10% ต่อปี
  • บัญชีเงินฝากประจำรูปแบบพิเศษ ทีทีบี ดอกเบี้ยด่วน ประเภท 3 เดือน เพื่อการออมระยะสั้น ได้รับผลตอบแทนเร็วและสูง ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.10% เป็น 1.20% ต่อปี  โดยลูกค้าสามารถรับดอกเบี้ยไปใช้หลังการฝากเงินเพียง 7 วัน

สำหรับลูกค้านิติบุคคล

  • บัญชีเงินฝากประจำรูปแบบพิเศษ ทีทีบี อัพแอนด์อัพ ประเภท 24 เดือน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 1.80% ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยช่วงเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 6 เพิ่มขึ้น 0.20% เป็น 1.00% ต่อปี

 

ดอกเบี้ยเงินกู้

  • ปรับขึ้นดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี MLR (Minimum Loan Rate) 0.20%
  • ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี 0.20%
  • ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรายย่อยชั้นดี MRR (Minimum Retail Rate)  0.20%  

 

ออมสิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มี มติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี ซึ่งจะ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 66

ดอกเบี้ยเงินฝาก

  • ปรับขึ้น สูงสุด 35% ต่อปี เพื่อให้ลูกค้าผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์ตามทิศทางของดอกเบี้ยขาขึ้น โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มีการออกแคมเปญเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษดอกเบี้ยสูงสลากออมสินพิเศษที่ปรับเพิ่มทั้งดอกเบี้ย เงินรางวัลที่ 1 และเงินรางวัลพิเศษ เป็นต้น

ดอกเบี้ยเงินกู้

  • ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทอัตรา 25% ต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยประคับประคองและดูแลกลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มเปราะบาง ไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก โดยดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มอาร์อาร์ สำหรับลูกค้ารายย่อยของธนาคารอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ธอส.มีมติให้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝากประจำ 0.05-0.35% ต่อปี เพื่อส่งเสริมการออมและให้ผู้ฝากเงินได้รับประโยชน์ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25% ต่อปี ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยเห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธอส. ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ มีผลตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ขึ้นดอกเบี้ย เงินฝาก 0.05-0.50% ต่อปี  และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.10-0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายคนชั้นดี (MRR) จาก 6.875% ปรับขึ้น 0.10% เป็น 6.975% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้าสถาบันและนิติบุคคลชั้นดี (MLR) จาก 5.375% ปรับขึ้น 0.250% เป็น 5.625% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) จาก 6.750% ปรับขึ้น 0.125% เป็น 6.875% ต่อปี

 

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

ปรับอัตราดอกเบี้ย Prime Rate 0.25% ต่อปี จาก 6.25% ต่อปี เป็น 6.50% ต่อปี แต่ยังคงเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีที่ต่ำที่สุดในระบบ มีผลตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

 


SHARE THIS