แพงทั้งแผ่นดิน หมู-ไข่ ขึ้นอีกรอบ ผู้ผลิตแจ้งขอทยอยขึ้นราคา
แพงทั้งแผ่นดิน หมู ไข่ ราคาขยับขึ้นอีกระลอก ไข่ไก่ขึ้นแผง 6 บาท หมูหน้าฟาร์ม กก. 2 บาท ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ทยอยแจ้งขอขึ้นราคา พาณิชย์สั่งเบรกช้าก่อน อย่าวู่วาม
นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเชิญผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ และห้างท้องถิ่น เข้าหารือเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภค เมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 ว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้า และซัพพลายเออร์บางรายเริ่มยื่นขอปรับราคาสินค้า โดยอ้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่ห้างค้าปลีกได้ยืนยันชัดเจนว่า จะยังไม่พิจารณาปรับราคาจำหน่าย หากยังไม่มีหนังสืออนุญาตจากกรมการค้าภายใน และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และเพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง
ทั้งนี้ กรมฯ ได้กำชับว่าการปรับราคาสินค้าควบคุมต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย จะต้องแจ้งรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนและขออนุญาตก่อนดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น อาทิ นมและผลิตภัณฑ์นม อาหารกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันปาล์มบรรจุขวด รวมถึงสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน 6 รายการ ได้แก่ สบู่ก้อนและสบู่เหลว ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า แชมพู น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และกระดาษชำระ หากมีการปรับราคาจะต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
“กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการร่วมกันดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า โดยขอความร่วมมือบริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้เพียงพอ กระจายสินค้าเข้าสู่ทุกสาขาอย่างทั่วถึง และชะลอการปรับขึ้นราคาในช่วงที่สถานการณ์ต้นทุนยังอยู่ระหว่างการประเมิน พร้อมทั้งติดตามข้อมูลต้นทุนจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายสินค้า”
นายฉันทพัทธ์ กล่าวว่า จากการติดตามข้อมูลล่าสุด ภาพรวมสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ สินค้ามีเพียงพอ ห้างค้าปลีกยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า และยังคงจัดโปรโมชั่นในหลายรายการอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามปกติ โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคาและช่วยดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างเต็มที่
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการปรับขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เป็นฟองละ 3.60 บาท จากเดิมฟองละ 3.40 บาท หรือแผงละ 6 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่ฟองละ 3.29 บาท และเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.69 ส่งผลให้แม่ไก่ให้ผลผลิตลดลง เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายไข่ไก่น้อยลง ขณะเดียวกันยังต้องรับภาระต้นทุนด้านน้ำและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากการใช้อุปกรณ์ระบายความร้อนภายในฟาร์มเพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิสูง
ส่วนของราคาสุกรหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 72 บาทต่อกิโลกรัม จากสัปดาห์ก่อนที่ 70–72 บาทต่อกก.นั้น ยังคงเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 68.57 บาทต่อกก. และยังอยู่ในช่วงราคาที่กรมฯ กำกับดูแล ขณะที่สาเหตุที่ราคาขยับราคาเกิดจากรอบการผลิตสุกรในช่วงอากาศร้อนซึ่งจะทำให้หมูกินอาหารน้อยลงและโตช้า โดยหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 78.26 บาท ยังถือว่าราคาในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า และปัจจุบันยังมีปริมาณผลผลิตสุกรสะสมในระบบยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ในวันที่ 2 เม.ย.69 กรมฯ จะเชิญกลุ่มผู้ผลิตสุกร ไก่ และไข่ไก่ เข้าหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิต ต้นทุน และภาวะการค้าในปัจจุบัน ตลอดจนกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาจำหน่ายให้เหมาะสม
#แพงทั้งแผ่นดิน #สินค้าแพง #สินค้าขึ้นราคา #ไข่ขึ้นราคา #หมูขึ้นราคา #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

