19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ‘โอไมครอน’ระบาดเร็ว 5 เท่า บิ๊กตู่ มั่นใจสาธารณสุขไทย

‘โอไมครอน’ระบาดเร็ว 5 เท่า บิ๊กตู่ มั่นใจสาธารณสุขไทย

SHARE THIS

 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอไมครอน ในไทยรายแรก สำหรับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอน มีลักษณะดังนี้

 

  • สายพันธุ์โอไมครอน แพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา 2-5 เท่า
  • ผู้ติดเชื้อโอมิครอนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย คล้ายโรคไข้หวัด แยกได้ยากจากสายพันธุ์อื่นๆ โดยผู้ติดเชื้อที่รายงานในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
  • ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโอมิครอนเสียชีวิต
  • มาตรการป้องกันที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกา แนะนำ คือ ฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุมมากที่สุด ใช้มาตรการป้องกันส่วนบุคคลที่เข้มงวด เช่น สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และ VUCA
  • ยกระดับการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยง
  • ทำการสุ่มตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และผู้ป่วยไข้หวัดที่เป็นกลุ่มก้อน (Cluster)

 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้รับทราบถึงการตรวจพบผู้ป่วยไวรัสโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” รายแรกของไทย เป็นการติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เดินทางมาจากสเปน จากระบบ Test to Go ซึ่งถือว่า ไทย เป็นอันดับที่ 47 ของโลก ที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน หลังการตรวจตัวอย่างพบความเข้ากันได้กับจีโนมของโอไมครอนสูงถึง 99.92% อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข ยังยืนยันว่า สายพันธุ์ส่วนใหญ่ที่พบในไทย เป็นสายพันธุ์เดลตา 65.97% สายพันธุ์อัลฟา 32.48% และสายพันธุ์เบตา 1.54% ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและคณะแพทย์ ติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยังไม่มีการเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งทุกอย่างจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ในครั้งต่อไป

 

“นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นระบบสาธารณสุขไทย มีกระบวนการการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และคัดกรองที่มีประสิทธิภาพและเข้มข้นสูง สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโควิดได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้พี่น้องประชาชนตระหนักแต่อย่าได้ตระหนก โดยคณะแพทย์ไทยและทั่วโลกยังยืนยันการยึดหลักอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด  เช่น สวมหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า รักษาเว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือให้สะอาด”

 

 

 


SHARE THIS