24 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เตือนภัย 14 จังหวัด ระวังท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง 6-10 ต.ค.

เตือนภัย 14 จังหวัด ระวังท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง 6-10 ต.ค.

SHARE THIS

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 14 จังหวัด ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และสถานการณ์น้ำอาจล้นทางระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ในช่วงวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 โดยให้เตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติว่า ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 มีดังนี้

 

  • พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ ได้แก่ บริเวณแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชบุรี ลำตะเพิน จังหวัดกาญจนบุรี และแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ เสี่ยงน้ำล้นทางระบายน้ำล้น อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณท้ายน้ำ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน อ่างเก็บน้ำพุตะเคียน จังหวัดกาญจนบุรี อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาด จังหวัดราชบุรี อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ่างเก็บน้ำคลองหยา และอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จังหวัดกระบี่

 

นอกจากนี้ ได้แจ้งให้จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าผ่านกลไกการสื่อสารแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ ตลอดจนประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และหากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

 


SHARE THIS