อ่วม เศรษฐา เพิ่มงบขาดดุลปี 67 อีกแสนล้าน ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 64%
เศรษฐา สั่งรื้อใหญ่งบปี 67 ตั้งขาดดุลเพิ่มอีก 1 แสนล้าน สำหรับใช้จ่ายโครงการรัฐบาลใหม่ ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 64%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนัดแรก ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 มีมติเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2567 – 2570) ฉบับทบทวน ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐเสนอ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ และเพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดเก็บหรือหารายได้ การจัดทำงบประมาณ และการก่อหนี้ของหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ ต่อไป
ทั้งนี้ สาระสำคัญ มีการปรับเพิ่มการขาดดุลงบประมาณในปี 2567 จากวงเงินเดิมที่ทำไว้ขาดดุลงบประมาณ 5.93 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 6.93 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลมีกรอบวงเงินเพิ่มเติมที่เป็นรายจ่ายให้รัฐบาลดำเนินการในส่วนนโยบายใหม่ๆ เพิ่มเติมได้ตามที่หาเสียงไว้ เมื่อบวกกับโครงการที่รัฐบาลจะมีการทบทวน ตัดงบที่ซ้ำซ้อนออก โดยเมื่อรวมการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการจัดเก็บรายได้เพิ่มแล้ว รัฐบาลจะมีวงเงินในการจัดทำงบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 แสนล้านบาท
การประชุม ครม.สำนักงบประมาณได้มีการยกเลิกกรอบวงเงินประมาณเดิมที่รัฐบาลก่อนตั้งไว้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.2565 ที่วงเงินรายจ่ายงบประมาณที่ 3.35 ล้านล้านบาท และขาดดุลงบประมาณที่ 5.93 แสนล้านบาทไปก่อนเพื่อให้มีการตั้งกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายใหม่โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี และ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ จากนั้นจะให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอโครงการตามกรอบงบประมาณเข้ามาที่สำนักงบประมาณใหม่ภายในวันที่ 6 ต.ค.2566 โดยคาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 จะนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ในวันที่ 17 เม.ย.2567
สำหรับกรอบวงเงินงบประมาณปี 2567 อยู่ที่ 3.48 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุลฯ 6.93 แสนล้านบาท ประมาณการรายได้สุทธิที่ 2.787 ล้านล้านบาท ประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 64% และประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2567 อยู่ที่ 3.2% อย่างไรก็ตามในการปรับปรุงกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลางในครั้งนี้จะเป็นการปรับเฉพาะปีงบประมาณ 2567 แต่กรอบงบประมาณปี 2568 – 2570 ยังคงเดิม
นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ก.ย.66 นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เรียกประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ประกอบไปด้วยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อกำหนดกรอบรายจ่ายประมาณประจำปี 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 11.00 น.
#งบขาดดุลแสนล้าน #หนี้สาธารณะ #งบปี67 #แผนการคลังระยะปานกลาง #แผนการคลัง #ขาดดุล #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

