8 กรกฎาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ส่งออก ก.พ.69 โตติด 20 เดือน แต่สินค้าเกษตรแย่ติดลบหลายชนิด

ส่งออก ก.พ.69 โตติด 20 เดือน แต่สินค้าเกษตรแย่ติดลบหลายชนิด

SHARE THIS

ส่งออก ก.พ.69 ขยายตัวต่อเนื่อง 20 เดือน ได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่สินค้าเกษตรย่ำแย่ติดลบต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ข้าว ยาง มัน

 

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือน ก.พ.2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกัน คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 912,567 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,013,733 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 2833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 101,166 ล้านบาท

 

ยอดส่งออกรวม 2 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออก มูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,893,312 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.5% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 2,111,178 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 217,866 ล้านบาท

 

สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 5.7%

โดยสินค้าเกษตร ลด 3.6% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลด 7.7% โดยสินค้าสำคัญที่ลดลง อาทิ ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ทั้งนี้ 2 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 3.8%

 

สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 13.3%

โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 2 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 21.3%

 

ตลาดส่งออก

ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสำคัญ โดยตลาดหลัก เพิ่ม 16.6% ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 40.5% จีน 0.4% ญี่ปุ่น 9.7% สหภาพยุโรป (27) 20.6% และอาเซียน (5) 17.8% แต่หดตัวในตลาด CLMV 11.4% ตลาดรอง เพิ่ม 3.3% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 8.6% ตะวันออกกลาง 19.4% ลาตินอเมริกา 25.6% ทวีปแอฟริกา 20.4% และสหราชอาณาจักร 27.2% แต่หดตัวในตลาดรัสเซียและ CIS 30.1% และเอเชียใต้ 26.1% และ ตลาดอื่น ๆ ลด 60.6%

 

น.ส.ณัฐิยากล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกเดือน มี.ค.2569 คาดว่าจะเริ่มชะลอตัวลง จากปัญหาค่าระวาง ค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ก็อาจจะเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ส่งออก ต้องเร่งส่งออก เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน โดยมีระยะเวลาใช้อัตรา 10% ในช่วง 150 วัน ส่วนการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบการดำเนินการถึงกลางปี คาดว่าจะเห็นผลเรื่องภาษีในช่วงปลายปี สำหรับการนำเข้า มองว่า อาจจะชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน เพราะน้ำมันและวัตถุดิบบางอย่าง ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

 

กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์การส่งออกอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยจะทำการทบทวนเป้าหมายการส่งออกอีกครั้งในช่วงเดือน เม.ย.2569 หลังจากได้ตัวเลขการส่งออกไตรมาสที่ 1 แล้ว แต่ขณะนี้ ยังประเมินเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2569 อยู่ที่ 3 สมมติฐาน คือ ดีที่สุด บวก 1% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 28,235.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลาง ๆ ติดลบ 1% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 27,522.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต่ำสุด ลบ 3% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือนที่ 26,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

#ส่งออกแย่ #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact #สินค้าเกษตรติดลบ #ส่งออกติดลบ #ส่งออกเติบโต

 


SHARE THIS