ส่งออก ก.ค.65 แผ่ว โต 4.3% สินค้าเกษตรลบ ขาดดุลหนัก 1.39 แสนล้าน
ส่งออก ก.ค.65 เริ่มแผ่ว โต 4.3% สินค้าเกษตรติดลบ อุตสาหกรรมบวกนิดเดียว แถมขาดดุลหนักกว่า 1.39 แสนล้านบาท หลังนำเข้าน้ำมัน-ทองคำ-วัตถุดิบพุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถิติการค้าระหว่างประเทศ เดือนก.ค.65 พบว่าการส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง 23,629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.3% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 คิดเป็นเงินบาท 829,028 ล้านบาท ส่วนยอดนำเข้า 27,289 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.9% คิดเป็นเงินบาท 955,115 ล้านบาท ส่งผลให้เดือนก.ค.ไทยขาดดุลการค้า 3,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 128,410 ล้านบาท
ส่วนยอดส่งออกรวม 7 เดือนของปี 65 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 172,814.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.5% คิดเป็นเงินบาท 5.77 ล้านล้านบาท นำเข้า 182,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.4% คิดเป็นเงินบาท 6.39 ล้านล้านบาท ทำให้ไทยขาดดุล 9,916.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 347,060 ล้านล้านบาท
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ไทยขาดดุลการค้าจำนวนมาก มาจากการนำเข้าสินค้าที่มีราคาสูงตามการสูงขึ้นของตลาดโลก เช่น น้ำมัน และทองคำ และหากราคาพลังงานโลกยังสูงอีก ก็ยังมีโอกาสที่จะขาดดุลอีก แต่ขณะเดียวกันก็มีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกในอนาคต”
การส่งออกในเดือนก.ค.65 เมื่อแยกเป็นหมวดสินค้าพบว่า สินค้าเกษตร ลดลง 0.3% เพราะปีนี้ผลไม้สดหมดฤดูกาลเร็ว จึงไม่มีของส่งออกจึงฉุดภาพรวมลดลง ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม โตเพียง 0.1% เพราะมีปัญหาขาดแคลน วัถตุดิบการผลิต ชิปและเซมิคอนดักเตอร์ ที่เกิดกับอุตสาหกรรมทั่วโลก ทำให้ส่งออกสินค้าที่ต้องใช้ชิปออกไปได้น้อย ยกเว้นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ยังเติบโตได้ดี 38.1% เช่น น้ำตาลทราย เพิ่ม 258.8% อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 25.4% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 17.3%
ส่วนการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนก.ค.2565 การส่งออกชายแดนไปยัง 4 ประเทศ มาเลเซีย เมียนมา ลาว และกัมพูชา มีมูลค่า 51,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.80% และรวม 7 เดือน มีมูลค่า 376,074 ล้านบาท เพิ่ม 19.9% ส่วนการส่งออกผ่านแดนไปจีน เวียดนาม และสิงโปร์ เดือนก.ค. มีมูลค่า 36,123 ล้านบาท ลด 27.30% รวม 7 เดือนมูลค่า 218,541 ล้านบาท ลด 21.16% เนื่องจากระยะหลังผู้ส่งออกมีการปรับโหมดหันไปส่งออกทางเรือ ทางอากาศแทนทางบก จึงมีสินค้าข้ามแดนลดลง
ส่วนแนวโน้มการส่งออกประเมินว่า ทั้งปียังเป็นบวก โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงสั่งการให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลก เร่งรัดทำแผนส่งออกทั้งเชิงรุกและเชิงลึก พร้อมกับเพิ่มกิจกรรมการตลาดจาก 185 กิจกรรม แต่จะเพิ่มอีก 345 กิจกรรม รวมเป็น 530 กิจกรรม เพื่อเร่งทำเงินเข้าประเทศและทำรายได้ให้ประเทศ และในวันที่ 14 ก.ย.65 ได้สั่งการให้มีการนัดประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อติดตามผลและเร่งรัดการดำเนินกิจกรรม เพื่อทำให้ตัวเลขการส่งออกปี 2565 ให้ดีที่สุด

