26 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สั่งคุม “อินฟูลฯ” ตัวการทำหนี้ท่วม บีบสายการเงินขึ้นทะเบียน ก.ล.ต.

สั่งคุม “อินฟูลฯ” ตัวการทำหนี้ท่วม บีบสายการเงินขึ้นทะเบียน ก.ล.ต.

SHARE THIS

ถึงคราว จัดระเบียบควบคุม “อินฟูลฯ” สภาพัฒน์เล็งดัดหลัง “อินฟลูฯ ดันหนี้คนรุ่นใหม่ท่วม” ซื้อตามรีวิวจนถังแตก บีบสายการเงินขึ้นทะเบียน ก.ล.ต.

 

วิกฤตหนี้คนรุ่นใหม่พุ่ง! สภาพัฒน์เปิดรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1/2569 เผยหนี้ครัวเรือนทะยาน 16.44 ล้านล้านบาท หนี้เสีย (NPL) ค้างสูงเฉียด 10% พบต้นตอสำคัญมาจากพฤติกรรมเลียนแบบ แห่ช้อปปิ้ง-สร้างหนี้บัตรเครดิตตามรีวิวอินฟลูเอนเซอร์ สูงถึง 58% เล็งเสนอมาตรการจัดระเบียบครั้งใหญ่ บีบอินฟลูฯ สายการเงิน-ลงทุน ต้องสอบใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต. หวังคุมเข้มความถูกต้อง-โปร่งใส

 

เดอะ แฟกต์ นิวส์ (The Facts News) รายงานสถานการณ์หนี้สินและพฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าจับตามอง จากการแถลงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ซึ่งได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อตัวเลขหนี้สินครัวเรือนไทยที่ล่าสุด (ข้อมูลไตรมาส 4/2568) พุ่งทะลุไปถึง 16.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86.7% ของ GDP ขณะที่คุณภาพสินเชื่อส่งสัญญาณอันตรายหลังพบตัวเลขหนี้เสีย (NPL) จากเครดิตบูโรพุ่งสูงถึง 9.59%

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ได้เจาะลึกถึงรากเหง้าของปัญหา และชี้เป้าไปที่ “อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์” บนโลกออนไลน์ ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดหนี้ก้อนโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ดัดหลังอินฟลูฯ ปั๊มยอดรีวิว ดันหนี้คนรุ่นใหม่พุ่ง

เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ในปัจจุบัน มีการสะสมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย โดยมีแรงจูงใจหลักมาจากกระแสบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งผลสำรวจชี้ชัดว่า มีผู้บริโภคมากถึง 58% ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการตามการรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ > “การแก้ปัญหาหนี้ในปัจจุบันไม่ได้ใช้แค่ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) อย่างเดียว แต่อยู่ที่ความยับยั้งชั่งใจด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่ความต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดทางการเงินของตัวเองไป ผลลัพธ์คือการลงเอยด้วยการเป็นหนี้” นายดนุชากล่าว

คลอดกฎเหล็ก: อินฟลูฯ สายการเงิน ต้องสอบใบอนุญาต-ขึ้นทะเบียน ก.ล.ต.

เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกชักจูงไปในทางที่ผิดจนเกิดความเสียหายทางการเงิน สภาพัฒน์จึงมีแนวคิดและเตรียมผลักดันมาตรการจัดระเบียบกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ “อินฟลูเอนเซอร์สายการเงินและการลงทุน” (Finfluencers) ที่ทำคอนเทนต์แนะนำเรื่องการบริหารเงิน การออม หุ้น หรือสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:

  • ขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต.: อินฟลูเอนเซอร์ที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุนทั้งหมด จะต้องเข้ามาขึ้นทะเบียนประวัติในระบบอย่างถูกต้อง
  • ต้องทดสอบเพื่อรับใบอนุญาต: จะต้องมีการจัดทดสอบความรู้ความสามารถทางการเงิน เพื่อรับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการก่อนจะสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจน และโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • จับตาเวอร์ชวลแบงก์: สศช. ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจับตาการเข้ามาของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ในอนาคต ซึ่งหากไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดพอ อาจยิ่งทำให้คนเข้าถึงสินเชื่อง่ายเกินไปจนก่อหนี้ท่วมหัว

นอกจากนี้ รายงานภาวะสังคมไทยยังระบุถึงคลื่นความเสี่ยงที่แรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนจะได้รับผลกระทบจากการดิสรัปต์ของเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานเสมียน บัญชี และการเงิน ที่เสี่ยงตกงานสูง รวมถึงปัญหาอัตราการว่างงานในไตรมาส 1/2569 ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% (คิดเป็น 3.9 แสนคน) ซึ่งทุกภาคส่วนต้องเร่งยกระดับทักษะ (Upskill/Reskill) อย่างเร่งด่วน

📌 เกาะติดประเด็นร้อน มาตรการจัดระเบียบอินฟลูฯ และวิกฤตหนี้สินครัวเรือนไทย ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:

#สภาพัฒน์ #อินฟลูเอนเซอร์ #จัดระเบียบอินฟลู #หนี้ครัวเรือน #ซื้อตามรีวิว #หนี้บัตรเครดิต #กลต #ใบอนุญาตการเงิน #ข่าวเศรษฐกิจ #TheFactsNews #ข่าวจริง

 


SHARE THIS