2 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 24 ก.ค. ไทยเสียชีวิต 11 บาดเจ็บ 28

สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 24 ก.ค. ไทยเสียชีวิต 11 บาดเจ็บ 28

SHARE THIS

สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา 24 กรกฎาคม 2568 คนไทยเสียชีวิต 11 ราย บาดเจ็บ 28 ราย พร้อมสรุปไทม์ไลน์ ตลอดทั้งวัน

 

แถลงสรุป สถานการณ์

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก  พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มเปิดฉากปะทะตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า  สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ ไม่ได้แตกต่างไปในช่วงกลางวัน  ยืนยันว่า ไทยไม่ได้มีเจตนา หรือแรงจูงใจโจมตีฝ่ายกัมพูชา เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ และไม่มีเหตุผลที่จะไปทำเช่นนั้น หากไม่เกิดความจำเป็น ภายหลังถูกบีบบังคับ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ส่วนที่กัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือนนั้น การใช้อาวุธและปฏิบัติการทางทหารตามกติกา ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด และเป็นเป้าหมายทหารเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชา เพราะผิดกฎกติกาสากล เมื่อเกิดเหตุ เราก็ต้องดูแลอย่างดีที่สุด การปฏิบัติทางฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเราไม่อยากให้เกิดขึ้น

 

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการส่งเครื่องบิน F-16 โจมตีกัมพูชา 2 รอบ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการการใช้อาวุธสนับสนุนระยะไกลโดยใช้อากาศยาน ถือว่ามีความแม่นยำ และไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายที่นอกเหนือจากแผนที่วางไว้ เพราะฉะนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ส่วนจะมีผลต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างไร แต่สิ่งที่ใช้เป็นไปตามเหตุผลและความจำเป็น และอยู่ในกรอบการปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหาร

 

ทั้งนี้ การสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา ตนไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการ และยังประเมินไม่ได้ว่าการเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ต้องใช้เวลากี่วัน แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง แต่ปรารถนาอยากให้จบลงรวดเร็วและสั้นที่สุด นอกจากนี้มีพื้นที่อื่นอีก ยังไม่ได้รับข้อมูลว่ามีการปะทะโอกาสจาก 6 พื้นที่ในตอนเช้า ซึ่งขณะนี้เชื่อว่ายังทำงานได้ตามเป้าหมาย  อย่างไรก็ตาม สรุปการปฏิบัติการสำเร็จตรงเป้าไม่ได้ผิดไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเรามีความพร้อม บางครั้งประชาชนอาจจะมองไม่ทันใจ แต่จริงๆ แล้ว เรื่องของแผนและการเตรียมการมีอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติต้องอยู่ในกรอบกติกาสากลไม่เกินกว่าเหตุ

 

พล.ต.วินธัย กล่าวยืนยันว่า ทางกัมพูชาใช้อาวุธก่อน ในพื้นที่ของปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ซึ่งพื้นที่นี้เริ่มผิดปกติ มีการใช้มวลชน ซึ่งทุกเหตุการณ์มีพัฒนาการของตัวเองและมีการจัดระเบียบและมีที่มาที่ไป และมีความตั้งใจที่จะให้เป็นแบบนั้น ซึ่งเราทราบดีและตอบโต้ ไม่เหมาะสม ไม่ทำให้สิ่งที่เราทำมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ในมุมมองของสากล ส่วนข้อสังเกตถึงสายลับ ที่ทำตัวเหมือนประชาชน แล้วแอบถ่ายจำนวนเจ้าหน้าที่ทหารส่งไปให้กับทางกัมพูชานั้น ก็ต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบต่อไป

 

 

ผลประชุมสภาความมั่นคง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นัดพิเศษ) ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมในการแถลง

 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมสภาความมั่นคงนัดพิเศษอันเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ซึ่งมีการปะทะกันที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญจึงได้ปฏิบัติตามมาตรา 8 วรรค 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 โดยเชิญท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมาร่วมประชุมด้วย ให้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษด้วย โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่

 

  1. สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ที่ได้มีเหตุปะทะกัน ซึ่งที่ได้รับรายงานจากหน่วยทหารที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ เป็นการยิงเข้ามาของทางกัมพูชาก่อน และได้เกิดเหตุบานปลายขึ้น จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน โดยตั้งแต่เช้ามาก็ได้มีการใช้อาวุธในระดับต่างกัน สิ่งที่สำคัญ คือ การยิงของกัมพูชาได้ใช้อาวุธในการยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ยิงเข้ามาในเขตที่เกี่ยวข้องกับพลเรือนและมีพลเรือนเสียชีวิต ล่าสุด 11 คน จำแนกเป็น พลเรือน 10 ราย และทหาร 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 28 คน โดย 24 คนเป็นพลเรือน และ 4 นายเป็นทหาร

 

  1. ในขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบพื้นที่ 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ และเรายังมีการระมัดระวังและป้องกันอย่างเต็มที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ให้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร เพราะถือเป็นระยะที่ปลอดภัยที่สุด และได้สั่งการให้มีการอพยพแล้ว พร้อมทั้งดูแลประชาชนและดำเนินการในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีแผนดำเนินการที่เคยซักซ้อมอยู่แล้ว และการดำเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อย พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปทำหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สินประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่แล้ว

 

สถานการณ์ประจำวัน เหตุปะทะทหารไทย-กัมพูชา

 

17.00 น. : สำนักงานฯ สพป.เขต 2 สั่งปิดโรงเรียนตามแนวชายแดนทั้ง 4 อำเภอ ของจังหวัดสระแก้ว จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย

 

16.29 น. : เพจ สมเด็จฮุนเซน ยืนยันไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศตามที่เป็นข่าวในสื่อไทย แต่กำลังร่วมอยู่ในการบัญชาการทางวิดีโอและการบัญชาการอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานชาวไทย

 

15.35 น. : กองทัพบกใช้แผน “จักรพงษ์ภูวนารถ” ตั้ง ผบ.ทบ. เป็น ผบ.เหตุการณ์ฯ สั่งใช้กำลังทางบก-ขอกำลังทางอากาศ-ทางเรือ สนับสนุนภารกิจได้ หากระงับความรุนแรงไม่ได้ จ่อยกระดับเป็นการใช้กำลังสู่ขั้นการป้องกันประเทศ

 

14.33 น. : ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยประชาชนในพื้นที่สู้รบ ขอความร่วมมืออพยพเข้าพื้นที่ปลอดภัย พร้อมให้ประสานผู้นำชุมชนอพยพเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยกองทัพภาคที่ 2 ประกาศด่วน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เสาธงชัย และ ต.โศกขามป้อม จ.ศรีสะเกษ เข้าที่บังเกอร์หลุมหลบภัยด่วน

 

13.52 น. : กองทัพบก ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา กรณีใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตแดนไทย ล่าสุดพบประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการกระทำดังกล่าวแล้ว

 

 

12.25 น. : เพจ ไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความ สถานเอกอัครราชทูตฯ ณ กรุงพนมเปญ แนะคนไทย ออกจาก กัมพูชา โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย ฉุกเฉินโทร.(+855) 77 888 114

 

12.17 น. : นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า วันนี้ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้บัญชาการการยิงเข้ามาในเขตไทยแต่เช้า โดยเป็นฝ่ายยิงก่อนหลังจากที่วางกับดักระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งถือว่าได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันฉันท์เพื่อนบ้านที่ดี ไทยได้ใช้ความอดทน อดกลั้น เดินตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการทำหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดีครบถ้วนแล้ว ต่อไปนี้ทหารไทยสามารถตอบโต้ตามแผนยุทธการ และกระทรวงการต่างประเทศสามารถกำหนดมาตรการต่างๆ ได้ด้วยความชอบธรรม

 

11.54 น. : กัมพูชาโจมตีโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ

 

11.30 น. : กองทัพไทย ประณามกัมพูชาไร้มนุษยธรรม ใช้จรวด BM-21 โจมตีพื้นที่พลเรือนของไทย เร่งอพยพประชาชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามการรุกรานทางทหารของไทย อ้างว่าฝ่ายไทยลอบวางกำลังในปราสาทตาเมือนธม และเปิดฉากโจมตีก่อนทำให้กัมพูชาต้องใช้สิทธิป้องกันตนเอง

 

11.00 น. : มีรายงาน BM-21 จากฝ่ายกัมพูชาตกใส่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ คาดมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ในเวลาเดียวกัน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ประณามเขมรยิงไทย ย้ำหมดเวลาเจรจา พร้อมส่งกำลังใจทหาร-ประชาชนในพื้นที่ ให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้เร็วที่สุด

 

10.51 น. : ไทยส่งเครื่องบิน F-16 จำนวน 6 ลำ เตรียมตอบโต้ ในพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ยิงทำลายฐานกัมพูชา 2 จุด คือ บก.พลน้อย.สสน.8 บก.พลน้อย.สสน.9

 

 

 

10.25 น.: ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊ก อ้าง กองทัพไทยเปิดฉากโจมตีก่อน ย้ำกัมพูชายึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีมาโดยตลอด แต่ในกรณีนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้กำลังตอบโต้ ขณะเดียวกัน มีรายงานการปะทะใน 6 พื้นที่ คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก ช่องอานม้า ช่องจอม เขาพระวิหาร

 

09.47 น. : การปะทะลามทุกพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สั่งอพยพด่วน หลังกัมพูชายิงจรวด BM-21 จำนวน 2 นัด ตกใส่พื้นที่ชุมชน

 

09.40 น. : กองทัพภาคที่ 2 รายงาน กัมพูชายิงจรวด BM-21 มีรายงานว่า ตกปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ และบริเวณศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีประชาชนบาดเจ็บ 3 ราย ในเวลาเดียวกันสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กอ้าง ทหารไทยได้เริ่มโจมตี ทำให้กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบโต้และสู้กลับ

 

08.20 น. : ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือน ในระยะประมาณ 200 เมตร และเกิดการปะทะตลอดแนวหน้า มีการใช้ทั้งอาวุธปืนเล็ก และอาวุธหนัก เบื้องต้นทหารไทยบาดเจ็บแล้ว 1 นาย

 

07.38 น. : ทหารไทยได้ยินเสียงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝั่งกัมพูชา ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ต่อมาฝ่ายกัมพูชาได้นำอาวุธเข้าสู่ที่ตั้งบริเวณด้านหน้าแนวลวดหนาม และพบกำลังพลกัมพูชาจำนวน 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือรวมทั้ง RPG เดินเข้ามาใกล้แนวลวดหนามบริเวณด้านหน้าฐานปฏิบัติการของไทย ฝ่ายไทยได้ใช้การตะโกนเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

 

#ไทยกัมพูชา #กัมพูชายิงก่อน #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact #ฮุนเซน #กองทัพไทย

 


SHARE THIS