25 กรกฎาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุป มหากาพย์ภาษีทรัมป์ ตั้งแต่ปี 68 ไทยโดนอะไรบ้าง มีโอกาสแค่ไหน

สรุป มหากาพย์ภาษีทรัมป์ ตั้งแต่ปี 68 ไทยโดนอะไรบ้าง มีโอกาสแค่ไหน

SHARE THIS

สรุปไทม์ไลน์มหากาพย์ภาษีทรัมป์ ตั้งแต่ปี 2568 จนปัจจุบัน ไทยโดนโครงสร้างอัตราภาษีใหม่อะไรบ้าง และสินค้ากลุ่มไหนรอดบ้าง สรุปครบ จบในโพสต์เดียว

นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวเข้าสู่อาคารรัฐสภาเพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่สองในช่วงต้นปี 2568 นโยบายการค้าแบบ “America First” ก็ถูกยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ต้องเผชิญกับคลื่นพายุภาษีหลายระลอกวนลูป ตั้งแต่มาตรการความมั่นคง ภาษีตอบโต้ ไปจนถึงข้อหาด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ล่าสุด ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สุญญากาศทางภาษีได้สิ้นสุดลงเมื่อสหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีตาม มาตรา 301 (Section 301) ในประเด็นเรื่องการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอัตราภาษีนำเข้าของไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงพาณิชย์สามารถผลักดันจนสินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีถึง 2,120 รายการ ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อภาคการส่งออก

ไทม์ไลน์มหากาพย์ภาษีทรัมป์ (2568 – ปัจจุบัน)

นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สองในปี 2568 ได้ยกระดับนโยบาย “America First” เพื่อลดการเสียเปรียบดุลการค้า ผ่าน 4 ฉากสำคัญ:

ฉากที่ 1: มาตรา 232 (Section 232) — พุ่งเป้าสินค้าความมั่นคง

  • เริ่มใช้: ต้นปี 2568 (เป็นการจัดเก็บถาวร)
  • การจัดเก็บ: จัดเก็บภาษีเฉพาะกลุ่มสินค้าที่กระทบความมั่นคงแยกต่างหาก เช่น
    • เหล็ก, อะลูมิเนียม, ทองแดง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: 50%
    • รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์: 25%

ฉากที่ 2: มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) — สงครามดึงเชือก

  • ขั้นที่ 1: สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีตอบโต้ไทยสูงถึง 36%
  • ขั้นที่ 2: ไทยเข้าเจรจาขอลดภาษีลงมาชั่วคราวเหลือ 10% เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาทวิภาคี
  • ขั้นที่ 3: ปิดดีลเคาะอัตราภาษีตอบโต้ฐานใหม่ที่ 19%

ฉากที่ 3: ศาลเบรกอำนาจ สวนกลับด้วยมาตรา 122 (Section 122)

  • 20 ก.พ. 2569: ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US CIT) สั่งระงับภาษีตอบโต้ 19% ชี้ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต
  • แก้เกม: ทรัมป์งัดมาตรา 122 (วิกฤตดุลการชำระเงิน) ประกาศเก็บ ภาษีชั่วคราว 10% ทุกประเทศ ระยะเวลา 150 วัน (หมดอายุพอดีในวันที่ 24 ก.ค. 2569)

ฉากที่ 4: มาตรา 301 (Section 301) — ล่าสุดบังคับใช้ 24 ก.ค. 2569

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาไต่สวนไทยใน 2 ประเด็นใหญ่:

  1. ข้อหาใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor Import Ban): ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว สั่งลงโทษเก็บภาษีเพิ่มทันที
  2. ข้อหาผลผลิตส่วนเกินและบิดเบือนตลาด (Global Excess Capacity): ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน (รอฟังผลลัพธ์ระลอกถัดไป)

สรุปมาตรการล่าสุด: มาตรา 301 (ข้อหาแรงงานบังคับ)

มีผลบังคับใช้ 24 กรกฎาคม 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) หลังจากภาษีมาตรา 122 (10%) หมดอายุลง โดยสหรัฐฯ แบ่งกลุ่มคู่ค้าออกเป็น 4 ระดับ ซึ่ง ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 (เสียภาษีหนักที่สุด) ร่วมกับ จีน, เวียดนาม และฟิลิปปินส์

โครงสร้างอัตราภาษี 4 กลุ่มของสหรัฐฯ:

  1. 10% รวม MFN: สหภาพยุโรป, ไต้หวัน
  2. 10% + MFN (เก็บเพิ่ม 10% จากเดิม): 17 ประเทศ (เช่น แคนาดา, เม็กซิโก, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อินเดีย)
  3. 5% รวม MFN: ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สวิตเซอร์แลนด์
  4. 5% + MFN (เสียเพิ่ม 12.5% จากเดิม): 38 ประเทศ รวมถึง ไทย, จีน, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์

กระบวนการบังคับใช้: ใบสั่งภาษีใบแรกหลัง 1 ส.ค. 2569 หากไม่ชำระค่าปรับ จะมีหนังสือแจ้งเตือน และหากพ้น 60–90 วันจะถูกส่งชื่อเชื่อมโยงระบบ (กระทบการส่งออก/การต่อภาษี)

ลิสต์สินค้า 2,120 รายการ ที่ได้รับ “ยกเว้นภาษี 301”

แม้อัตราภาษีหลักของไทยจะเพิ่มขึ้น 12.5% แต่กระทรวงพาณิชย์เผยว่า สหรัฐฯ ได้ประกาศ ยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 ให้สินค้าไทยรวม 2,120 รายการ (เพิ่มขึ้นจากเดิม 471 รายการ) ซึ่งครอบคลุมสินค้าส่งออกหลักของไทยกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ดังนี้:

สรุปข้อมูลรายการสินค้าไทยที่ได้รับ การยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา (ข้อหาไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับที่มีประสิทธิภาพ) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป:

 ภาพรวมสินค้ายกเว้นภาษี

  • จำนวนรวมทั้งหมด: 2,120 รายการ

  • การเปลี่ยนแปลง: เพิ่มขึ้นจากเดิม 471 รายการ

  • สัดส่วน: ครอบคลุมมูลค่าการส่งออกมากกว่า 50% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ

รายละเอียดสินค้า 5 หมวดหลักที่ได้รับการยกเว้น

 

หมวดหมู่สินค้า รายการสินค้าที่ได้รับยกเว้น (ตัวอย่างสำคัญ)
1. เกษตรและอาหาร

• ยางธรรมชาติ


• แป้งมันสำปะหลัง


• สับปะรดสด และสับปะรดแปรรูป


• ผลไม้สด และผลไม้แห้ง


• มะพร้าวสด และน้ำมะพร้าว


• น้ำตาล (บางรายการ)


• วัตถุดิบอาหารสัตว์ และเมล็ดพันธุ์

2. อิเล็กทรอนิกส์

• วงจรรวม (IC)


• แผงวงจร (PCBA/PCB)


• หน่วยเก็บข้อมูล หรือ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD)


• อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล


• อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์

3. อุตสาหกรรม & วัตถุดิบ

• ปุ๋ย


• วัตถุดิบสารฆ่าแมลง


• หนังสัตว์


• ผลิตภัณฑ์ไม้


• เหล็กหล่อ และเศษโลหะ

4. อากาศยาน & การแพทย์

• ชิ้นส่วนอากาศยาน


• ยา และส่วนประกอบของยา

5. สินค้าอื่น ๆ

• เสื้อผ้าใช้แล้ว


• งานศิลปะ


• ของสะสม และโบราณวัตถุ

ข้อสังเกต: สินค้าส่งออกสำคัญอย่าง ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD), วงจรรวม (IC), ยางธรรมชาติ และแป้งมันสำปะหลัง ติดอยู่ในลิสต์ยกเว้นภาษีระลอกนี้ด้วย ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและพยุงภาคการส่งออกหลักของไทยในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างมาก

สรุปภาระภาษีที่สินค้าไทยโดน ณ ปัจจุบัน (ณ วันที่ 24 ก.ค. 2569)

  1. สินค้าทั่วไป (ไม่อยู่ในลิสต์ยกเว้น): โดนภาษีปกติ (MFN) + เพิ่ม 5% (ตามมาตรา 301)
  2. สินค้าส่งออกหลัก (อยู่ในลิสต์ 2,120 รายการ): ได้รับการยกเว้นภาษี 5% เสียเพียงอัตราปกติ MFN
  3. กลุ่มสินค้าเหล็ก / อะลูมิเนียม / ยานยนต์: โดนภาษีความมั่นคง มาตรา 232 อีก 25% – 50% แยกต่างหาก

 

เกาะติดข่าวสารแวดวงตำรวจ โครงสร้างอำนาจรัฐ และข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ เลือกติดตาม “The Facts News” ได้ทุกช่องทางออนไลน์:

 

#ภาษีทรัมป์ #มาตรา301 #ส่งออกไทย #ยกเว้นภาษี301 #ข่าวส่งออก #ข่าวเศรษฐกิจ #สหรัฐอเมริกา #การค้าระหว่างประเทศ #สินค้าไทย #ยางพารา #ฮาร์ดดิสก์ #แป้งมันสำปะหลัง #เดอะแฟกต์นิวส์ #TheFactsNews #ข่าวเศรษฐกิจวันนี้

 


SHARE THIS