6 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรรพสามิต เปิดพิกัดเล็งเก็บภาษี เบียร์-เหล้า 0% บุหรี่ไฟฟ้าปี 66

สรรพสามิต เปิดพิกัดเล็งเก็บภาษี เบียร์-เหล้า 0% บุหรี่ไฟฟ้าปี 66

SHARE THIS

สรรพสามิต ปักธงปี 66 เปิดพิกัดภาษี เบียร์ เหล้า 0% บุหรี่ไฟฟ้า แบตเตอรี่รถไฟฟ้า ไบโอเจท และไบโอพลาสติก ตั้งเป้ากวาดรายได้ 5.67 แสนล้าน

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยว่า ในปีงบประมาณ 66 กรมฯ มีแผนทบทวน และศึกษาเปิดพิกัดภาษีในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม 6 รายการ ประกอบด้วย  1. น้ำมันไบไอเจ็ท 2.ไบไอพลาสติก 3.แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 4.เหล้าแอลกอฮอล์ 0%  5.เบียร์แอลกอฮอล์ 0% และ 6.บุหรี่ไฟฟ้า โดยจะได้ข้อสรุปชัดเจนภายในปีนี้ พร้อมกับตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ที่ 567,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 65 ที่คาดว่าจะเก็บรายได้ที่ 500,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ในส่วนของภาษีเหล้า-เบียร์ ที่มีแอลกอฮอล์ 0% ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดพิกัดภาษีสรรพสามิตโดยเฉพาะ จึงจะมีการจัดทำเป็นพิกัดใหม่ขึ้นมา โดยมีแนวทางว่าจะเก็บอัตราภาษีให้ต่ำกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สูงกว่าเครื่องดื่มทั่วไป เพราะมองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0% จะช่วยลดปัญหาสุขภาพของผู้ดื่มได้ อีกทั้งระยะหลังคนรุ่นใหม่หันมาดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มากขึ้น  ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้า ปัจจุบันยังเป็นสินค้าต้องห้าม แต่ก็ยังพบมีการลักลอบขายผ่านทางออนไลน์จำนวนมาก ดังนั้น กรมฯจะเข้าไปกำหนดพิกัดอัตราภาษี เพื่อให้มีอำนาจเข้าไปช่วยดำเนินการปราบปรามจับกุมได้

 

ส่วนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม จะกำหนดพิกัดอัตราภาษี น้ำมันไบโอเจท และไบโอพลาสติก เพื่อช่วยส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะระยะต่อไปน้ำมันเจทที่ใช้ในเครื่องบินจะหันมาใช้ไบโอดีเซลมาผสม เพื่อช่วยลดมลภาวะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้นำสินค้าเกษตรมาแปรรูปในการผลิต เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรด้วย เช่นเดียวกับ ภาษีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ปัจจุบันกรมเก็บภาษีที่ 8% แต่ในปี 66 กรมจะมีการทบทวนใหม่ หากเป็นแบตเตอรี่ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ อาจไม่เก็บภาษีหรือเก็บภาษีให้ถูกลงส่วนแบตเตอรี่ที่รีไซเคิลไม่ได้ จะจัดเก็บอัตราภาษีแพงขึ้น

 

นายเอกนิติกล่าวว่า หลักการของกรม หากสินค้าใดบริโภคแล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก็จะเสียภาษีสูงกว่า สินค้าที่ใช้แล้วเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะในแต่ละปีรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณการรักษาสุขภาพของประชาชนมากกว่า 100,000 ล้านบาท  กรมจึงต้องการเข้าไปช่วยป้องกันในส่วนนี้ เช่นเดียวกัน หากเป็นสินค้าทำลายสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเก็บภาษีสูงขึ้น”

 

 


SHARE THIS